posttoday
ยกเครื่องปชป.ชัยชนะที่ยังมองไม่เห็น

ยกเครื่องปชป.ชัยชนะที่ยังมองไม่เห็น

06 กันยายน 2554

ปรับโครงสร้างวางยุทธศาสตร์กันใหม่เที่ยวนี้ “ประชาธิปัตย์” ดูจะยังก้าวไม่พ้นกรอบเดิมๆ

ปรับโครงสร้างวางยุทธศาสตร์กันใหม่เที่ยวนี้ “ประชาธิปัตย์” ดูจะยังก้าวไม่พ้นกรอบเดิมๆ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ปรับโครงสร้างวางยุทธศาสตร์กันใหม่เที่ยวนี้ “ประชาธิปัตย์” ดูจะยังก้าวไม่พ้นกรอบเดิมๆ หรือมีอะไรแปลกใหม่ หวือหวา มาเป็นจุดเปลี่ยน เรียกคะแนนนิยม ฟื้นศรัทธากลับมาได้ นั่นคงไม่ต้องพูดไปไกลถึงเรื่องเป้าหมายใหญ่ที่ประชาธิปัตย์อาสามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย “สร้างอนาคต” ให้กับคนไทยทุกคน ตามที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ประกาศ

จากโครงสร้างการบริหารงานเวลานี้ที่แยกออกเป็น 4 เสาหลัก 1.งานวิจัย และแผนยุทธศาสตร์ 2.งานสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ 3.กลุ่มงานประเมินผลติดตามตรวจสอบนโยบายรัฐบาล และ 4.พัฒนานโยบาย

ยังเป็นเพียงแค่การจัดวางตัวบุคคลเพื่อตั้งกรอบการดำเนินการ เป้าหมาย และวิธีการ โดยจะต้องรายงานความคืบหน้าทุกเดือน ซึ่งยังไม่เห็นรายละเอียดชัดเจน

ที่สำคัญงานนี้จึงแทบไม่เห็น “วิสัยทัศน์” อันจะนำพาประชาธิปัตย์หลุดพ้นภาพลักษณ์เดิมๆ

ถอดบทเรียนจากความพ่ายแพ้แบบราบคาบ งานวิจัยจากบริษัทเอกชน ฉบับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นผู้จัดทำ ระบุชัดเจนว่า ประชาธิปัตย์ แพ้ เพราะ 1.เชื่องช้า ไม่กล้าตัดสินใจ 2.บริหารงานไม่เป็น และ 3.ไม่ติดดิน ดีแต่วางมาด ไม่ใกล้ชิดประชาชน

ยกเครื่องปชป.ชัยชนะที่ยังมองไม่เห็น

แม้จะเป็นสิ่งที่ตรงใจกับหลายๆ คนที่เห็นเหมือนกัน แต่ก็เป็นสิ่งที่เสียดแทงใจดำประชาธิปัตย์ จนแกนนำหลายคนออกมาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับในเรื่องนี้ เบี่ยงประเด็นไปว่าเป็นเพียงแค่การสอบถามความคิดเห็นจากคนที่ไม่ได้เลือกประชาธิปัตย์ และไม่คิดจะเลือกประชาธิปัตย์

รถเบนซ์โบราณจึงยังยากจะตามทันรถเฟอร์รารีเครื่องคูโบต้า ตามที่งานวิจัยเปรียบเปรย !!!

ยิ่งย้อนดูข้อเสนอจากงานวิจัยที่เห็นว่าจำเป็นต้อง “ปรับทัศนคติ” ให้เลิกแก้ไขตัวเอง เลิกโทษคนอื่น โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงให้เลิกแถลงข่าวโจมตีทางการเมืองพร่ำเพรื่อ แค่นี้ก็เป็นเรื่องยากที่ประชาธิปัตย์จะแก้ไขปรับปรุงได้

อีกสิ่งสำคัญที่เป็นข้อเสนอแนะ ที่ระบุให้มีฝ่ายกลยุทธ์ในการสื่อสาร โดยพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ซึ่งต้องยอมรับว่านี่เป็นจุดบอดของประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่สามารถสื่อสารเข้าถึงประชาชน

ยกเครื่องการสื่อสารเที่ยวนี้ ประชาธิปัตย์ในยุคเป็นฝ่ายค้านต้องออกแรงเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษเพื่อหาช่องทางเพิ่มเติมนอกเหนือจากสื่อกระแสหลัก หรือสื่อทางเลือก

การจะหวังพึ่งเครือข่าย “อินเทอร์เน็ต” และ “โซเชียลมีเดีย” ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของประชาธิปัตย์ ดูจะไม่เพียงพอกับการสื่อสารไปถึงคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ?

อีกด้านหนึ่ง ด้วยข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ และข้อจำกัดด้านกฎหมายที่พรรคการเมืองไม่สามารถมีสื่อในมือได้ ทำให้ประชาธิปัตย์ต้องเร่งหา “พันธมิตร” ที่จะมารับหน้าเสื่อดูงานด้านนี้เพื่อเป็นเครื่องมือต่อกรกับ “ทีวีแดง” ที่แทรกซึมไปทุกหัวระแหง

ยังไม่รวมกับช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ คือ “ปากต่อปาก” ที่อยู่ระหว่าการบุกเบิก และมีการทำโครงการนำร่องไปแล้ว 4 รุ่น แต่ก็ยังก้าวไม่ทันพรรคคู่แข่ง เริ่มใช้รูปแบบการสื่อสารแบบนี้อย่างเป็นระบบมาล่วงหน้านานแล้ว

แต่ปัญหาเรื่องช่องทางการสื่อสารเวลานี้จึงดูเป็นปัญหาสำคัญที่ยังไม่อาจแก้ไขได้สำหรับประชาธิปัตย์

แม้จะแก้ไขด้วยการขยายผลการสื่อสารรูปแบบใหม่โดยเฉพาะการสื่อสารในพื้นที่ผ่านผู้ประสานงาน ไปจนถึงรูปแบบ สส.เงาในพื้นที่ที่ไม่มี สส. แม้จะเป็นความตั้งใจที่ดี แต่การจะนำมาสู่การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพยังไม่สามารถรับรองได้

บทเรียนสำคัญจากการตั้ง “ครม.เงา” เมื่อรัฐบาลก่อน เอาเข้าจริงก็เห็นผลจับต้องได้ อยู่ไม่เท่าไหร่ไม่ว่าจะเป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานไปจนถึงการตรวจสอบการทุจริต หรือแม้แต่การนำเสนอข้อมูลชี้แนะไปถึงรัฐบาล

มาถึงเรื่องเครือข่ายมวลชนในพื้นที่ “ประชาธิปัตย์” เที่ยวนี้ ยกเครื่องครั้งใหญ่ มอบอำนาจให้ “รองหัวหน้าพรรค” แต่ละภาคเข้ามามีอำนาจการบริหารงานมากขึ้น ทั้งการบริหารงานสาขาพรรค การคัดเลือกตัวผู้สมัคร

แต่เอาเข้าจริงการประสานงานมวลชนกลุ่มต่างๆ ทั้งผู้ใช้แรงงาน นักธุรกิจ เกษตรกร เครือข่ายท้องถิ่น ที่วางตัวผู้ดูแลประสานงานชัดเจน ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายนักในยุคที่ “เพื่อไทย” อยู่ในอำนาจรัฐ มีทั้งงบประมาณ และอำนาจในมือ

จุดอ่อนสำคัญอย่างพื้นที่ภาคอีสานที่นอกจากจะไม่สามารถไปช่วงชิงพื้นที่ได้แล้ว นับวันฐานเดิมที่เคยเป็นของประชาธิปัตย์จะร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ จนเกือบจะสูญพันธุ์

วันนี้ก็ยังไม่เห็นอะไรที่จับต้องได้เป็นพิเศษในพื้นที่ นอกจากเพิ่มความเข้มแข็งสาขาพรรค หรือศูนย์ประสานงาน ไปจนถึงแนวคิดเดิมๆ คือเพิ่มสื่อชี้แจงข้อมูลประชาสัมพันธ์ผลงานพรรค หรือมีทีมชี้แจงข้อโจมตีต่างๆ

การออกตัวของประชาธิปัตย์ กับทีมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เวลานี้จึงยังไม่อาจก้าวพ้นภาพลักษณ์เดิมๆ ได้อยู่ดี

เวลานี้จึงอาจต้องรอดูท่าทีความคืบหน้าในแผนบริหารงานของโครงสร้างด้านต่างๆ ที่กำหนดขึ้นมาว่าจะมีอะไรเรียกความสนใจได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากดูทิศทางเวลานี้ การเดินตามแนวทางเดิมๆ ที่ยังไม่เห็นอะไรดีขึ้น การออกแรงเดินมุ่งหน้าสู่จุดหมายในทิศทางที่ผิด นอกจากจะไม่สามารถไล่ตามคู่แข่งได้แล้ว นับวันอาจจะไกลจากเป้าหมายปลายทางมากขึ้นเรื่อยๆ  

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล