
ญัตติซักฟอกสะดุด‘เฉลิม’ขู่ยุติบทบาท
พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถสรุปญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ เนื่องจากร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานสส.พรรค หัวหน้าทีมรวบรวมข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เดินทางมาร่วมประชุมพรรคเป็นสัปดาห์ที่ 2
ทั้งนี้ กลุ่มสส.ที่สนับสนุนร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าจะใส่ชื่อร.ต.อ.เฉลิม เป็นนายกรัฐมนตรี ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ เพราะยังมีอยู่หลายชื่อ เช่น นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายวิทยา บุรณศิริ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ และพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า แม้การเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคฝ่ายค้าน ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับแต่งตั้ง แต่อย่างน้อยก็เท่ากับเป็นการให้เกียรติร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปราย ดังนั้นหากไม่มีความชัดเจน ร.ต.อ.เฉลิมก็จะถอนตัวจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคยังไม่มีมติจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด ซึ่งการประชุมพรรควันที่ 16 ก.พ. 2553 ยังไม่ได้ลงลึกว่าใครควรได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง ได้นำเอกสารที่อ้างว่ามาจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า เป็นแผนของรัฐบาลที่เตรียมใช้กำลังอาวุธทำร้ายประชาชน เหมือนเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค. 2519 และเหตุการณ์สงกรานต์เลือดเมื่อเดือนเม.ย. 2552
“
สำหรับแผนการล้อมปราบคนเสื้อแดงอยู่ในหมวดการจัดกำลังควบคุมการปฏิบัติการ (น.27) โดยให้กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) กอ.รมน.ภาค 1 มีกำลัง 102 กองร้อย มีอุปกรณ์ 53 กองร้อย และไม่มีอุปกรณ์ 49 กองร้อย ที่น่าสนใจคือ ในส่วนของกองหนุนที่จะช่วยในกทม.จำนวน 38 กองร้อยนั้น นำโดยกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จ.ปราจีนบุรี 12 กองร้อย และกองพลทหารราบที่ 9 จาก จ.กาญจนบุรี 10 กองร้อย ซึ่งเป็นหน่วยปราบปรามประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬและสงกรานต์เลือด” นายจตุพร ระบุอย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธแผนการปราบปรามประชาชนดังกล่าว โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะทำร้ายประชาชนอย่างแน่นอน
ขณะที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช. กล่าวว่า นปช.จะไม่จัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ และจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ ของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือกลุ่มมวลชนใดเคลื่อนไหวต่อสู้ด้วยความรุนแรง







