
จีทีเจียรนัยเพชร
...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
จู่ๆ ก็มีข่าวที่เป็นคนละเรื่องเดียวกัน แต่ถ้ามองให้ดีกลับมีความเหมือนกันอย่างบังเอิญ
นั่นคือข่าว น้ำเจียรนัยเพชรน้ำมหาบำบัดของป้าเช็ง กับ เครื่องตรวจระเบิด จีที 200 นั่นปะไร
เริ่มจาก น้ำเจียรนัยเพชร เมื่ออังคารที่ผ่านมามีการเดินทางไปเยี่ยมอาการของ สมชาย เถื่อนศรี ผู้ป่วยที่ตาข้างซ้ายบอดจากการติดเชื้อหลังใช้ยาหยอดตาของป้าเช็ง
ผู้ป่วยรายนี้ยืนยันว่าได้ซื้อยาหยอดตาจากศูนย์เคเบิลทีวีของป้าเช็งที่แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน เจ้าหน้าที่ของศูนย์เคเบิลทีวีแนะนำว่าให้หยอดตาด้วยตัวยาเพียงอย่างเดียว ห้ามกินยาอื่นควบคู่ จะรักษาตาที่เป็นต้อเนื้อให้หายได้ ผู้ป่วยหลงเชื่อ ปฏิบัติตามคำแนะนำ
ผลที่ตามมาก็คือตาอักเสบและบอดในที่สุด
ส่วนอีกเรื่องเป็นกรณี เครื่องตรวจระเบิด จีที 200 แม้ไม่ทำให้ ตาบอด แต่ก็ ตาแหก เป็นแถว
เพราะกองทัพบกจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิดดังกล่าวตั้งแต่ปี 2547 ครั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผบ.ทบ. พอมาถึงยุค พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็จะซื้อเพิ่มเสียด้วย
คุณสมบัติของเครื่องจีที 200 บรรยายสรรพคุณมากมายโดยเฉพาะการตรวจหาสารวัตถุระเบิด อาวุธสงคราม และยาเสพติด เพื่อให้สมกับราคาค่างวดที่ตกเครื่องละ 1.25 ล้านบาท
แต่สุดท้ายจีที 200 ไม่ต่างจากน้ำมหาบำบัด เมื่อมีการทดสอบโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และพบว่า เมื่อใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด 20 ครั้ง กลับตรวจสอบได้ถูกต้องเพียง 4 ครั้ง
หรือพูดง่ายๆ ตามหลักวิชาการก็คือ เครื่องมือนี้ไม่ดีไปกว่าการเดาสุ่มเท่าใดนัก
เมื่อได้รับผลการทดสอบดังกล่าว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเชิญ พล.อ.อนุพงษ์ มาพบเพื่อชี้แจง และสั่งหยุดกระบวนการจัดซื้อจีที 200 ทั้งหมด
น้ำป้าเช็ง กับ จีที 200 แม้จะลักษณะแตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็คือสรรพคุณเหมือนกัน เมื่อใช้แล้วจะบังเกิดอาการตาแหก เพราะมีเชื้อของการแหกตานั่นเอง
แต่สิ่งที่จะแตกต่างกันก็คือ น้ำป้าเช็ง ใครใช้คนนั้นก็ได้รับผล
ทว่า จีที 200 ... ผลที่ตามมาอาจรุนแรงกว่าตาแหกนี่สิ







