
ข่าวดีเศรษฐกิจปะทะข่าวร้ายการเมือง
โพสต์ทูเดย์
— 3 หน่วยงานทุบโต๊ะ เศรษฐกิจดีเกินคาด สวนทางนักเก็งกำไรถอนการลงทุนนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ข่าวดีของไทยในขณะนี้มีมากพอที่จะทำให้เศรษฐกิจผ่านข่าวร้ายๆ ทางการเมืองไปได้ หากสถานการณ์ไม่รุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่
รมว.คลัง กล่าวว่า ข่าวดีด้านเศรษฐกิจ คือ การฟื้นตัวที่ชัดเจนของการบริโภค กำลังการผลิตดีขึ้น กำลังซื้อดีขึ้น การท่องเที่ยวดีขึ้นมาก ทำให้การจับจ่ายใช้สอยในประเทศสูงขึ้น ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณและการประกันรายได้เกษตรกรเดินหน้าได้ตามแผน การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลทั้งปี คาดว่าเกินเป้าหมาย 1.72 แสนล้านบาท
“
ข่าวร้ายทางการเมืองมีความอ่อนไหว หากเกิดความรุนแรงมากอย่างที่บางฝ่ายต้องการ เศรษฐกิจก็จะได้รับผลกระทบและมีปัญหาได้ง่ายเช่นกัน” นายกรณ์ กล่าวขณะที่นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยขณะนี้ ถือเป็นข่าวดีที่ทุกคนสัมผัสและรู้สึกได้ว่าดีขึ้น โดยวันที่ 22 ก.พ. จะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2552 และประมาณการเศรษฐกิจปี 2553 ก็จะเป็นข่าวดีตามที่หลายฝ่ายประเมินไว้
นอกจากนั้น สัญญาณเศรษฐกิจต่างๆปรับตัวดีขึ้น ทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว จำนวนคนตกงานต่ำจนอยู่ในภาวะปกติ ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็ออกมาดีเกินคาด การเก็บรายได้ของรัฐบาลปีงบประมาณ 2553 เกินเป้า 2 แสนล้านบาท ทำให้รัฐบาลมีเงินใช้พัฒนาประเทศได้มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องกู้เงินมาก นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย มั่นใจว่าเศรษฐกิจเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกที่ฟื้นตัวชัดเจน
ขณะที่ภาคการส่งออกซึ่งเคยลดลงมากก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น ช่วยให้ภาคการผลิตฟื้นตัวชัดเจนกลับมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ครอบคลุมในหลายภาคส่วนได้มากขึ้น
อีกปัจจัยคือ งบประมาณการใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่เป็นตัวช่วยให้เกิดการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะผ่านโครงการไทยเข้มแข็ง โครงการลงทุนในด้านต่างๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้น่าจะช่วยนำพาให้เศรษฐกิจไทยสามารถผ่านพ้นความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก และปัญหาการเมืองที่กำลังรุมเร้าอยู่ไปได้ระดับหนึ่ง
นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง กล่าวว่า นักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรได้ถอนการลงทุนไปเมื่อ 23 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากปัจจัยทางการเมือง แต่ขณะนี้ภาพรวมเครดิตประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับ BBB ทั้งๆ ที่มูดี้ส์ประเมินว่าดีกว่านี้
และลงทุนระยะยาว มองว่า ประเทศไทยยังมีความน่าลงทุนและ และเมื่อถึงที่สุดสถานการณ์จะต้องคลี่คลายลง







