posttoday
ศอส.เผย11จว.ยังอ่วมน้ำท่วม

ศอส.เผย11จว.ยังอ่วมน้ำท่วม

31 สิงหาคม 2554

ศอส.สรุปสถานการณ์น้ำท่วม ยังมีเหตุใน 11 จังหวัด เตือนหลายจังหวัดยังมีเหตุน้ำล้นตลิ่ง - ฝนตกหนักเสี่ยงดินถล่ม

ศอส.สรุปสถานการณ์น้ำท่วม ยังมีเหตุใน 11 จังหวัด เตือนหลายจังหวัดยังมีเหตุน้ำล้นตลิ่ง - ฝนตกหนักเสี่ยงดินถล่ม

นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.)  กล่าวว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 11 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี พังงา ระนอง และสุราษฎร์ธานี รวม 56 อำเภอ 392 ตำบล 2,266 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 116,060  ครัวเรือน 340,564 คน ผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์รวมทั้งหมด  55 ราย  ผู้สูญหาย 1 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 3,370,446  ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  คาดว่าจะเสียหาย 45,931 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 2,096,219  ตัว  น้ำท่วมเส้นทางคมนาคมเสียหาย ทางหลวงไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 4  สาย ใน 3  จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย 2 สาย น่าน 1 สาย พิจิตร 1 สาย ทางหลวงชนบทไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 19 สาย ใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 3 สาย นครสวรรค์ 6 สาย พิจิตร 4 สาย พิษณุโลก 1 สาย นครพนม 2 สาย ระยอง  2 สาย  ระนอง 1 สาย

นายฉัตรป้องกล่าวต่อว่า ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำต่างๆ เนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำยม ที่ อ.โพทะเล อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ลุ่มน้ำน่าน ที่ อ.บางมูลนาก  จ.พิจิตร และ อ.ชุมแสง  จ.นครสวรรค์  ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำในพื้นที่ จ.สิงห์บุรีและอ่างทอง ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ จ.หนองคาย บึงกาฬและจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงช้าลง แต่หลังจากนี้ระดับน้ำจะลดลงตามลำดับ

“ช่วงที่ผ่านมา มีภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พื้นดินในหลายพื้นที่อยู่ในสภาพชุ่มน้ำอยู่แล้ว และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่เสี่ยงภัยในเขต อ.วังทอง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก อ.หล่มสัก อ.หล่มเก่า อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และ อ.ด่านซ้าย อ.วังสะพุง อ.ภูเรือ จ.เลย มีความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มและ น้ำป่าไหลหลากในระยะ 1 – 2 วันนี้ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังสถานการณ์” นายฉัตรป้องกล่าว

รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวอีกว่า จากการประสานข้อมูลกับกรมชลประทาน พบว่า ในระยะ 3 – 4 วันข้างหน้า ปริมาณน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์จะอยู่ในเกณฑ์สูง 2,900 ลูกบาศก์เมตร ( ลบ.ม. ) ต่อวินาที  ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มบริเวณสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในเขตจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทองและพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ  50 – 70 ซม. จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมการป้องกันภาวะน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะเกษตรกรให้เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนวันที่ 10 ก.ย.เพื่อป้องกันพืชผลการเกษตรได้รับความเสียหาย  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท