
ชาวนาครวญค่าชดเชยแม้มากขึ้นแต่ก็ยังขาดทุน
แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติจ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย
แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติจ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติจ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย โดยจ่ายค่าชดเชยไร่ละ 2,222 บาท ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร และแม้จะถือว่าได้รับค่าชดเชยมากขึ้น แต่สำหรับชาวนา พวกเขาก็ยังถือว่าต้องขาดทุนอยู่ดี เพราะต้นทุนการทำนานั้นสูงกว่านี้อีกเท่าตัว
วิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า เงินชดเชยให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าวแม้จะถือว่าสูงกว่ารัฐบาลก่อนที่ช่วยเหลือเพียงไร่ละ 2,098 บาท แต่ก็ถือว่ายังต่ำกว่าต้นทุนจริงที่ตกไร่ละประมาณ 5,000 บาท
“แม้จะได้น้อยกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ ก็ยอมรับได้เพราะถือว่าได้เพิ่มจากเดิม แต่ยังมีนาข้าวที่ต้องเร่งเกี่ยวหนีน้ำก่อนกำหนด 1 สัปดาห์ ทำให้เป็นข้าวเปลือกที่มีความชื้นสูง ขายได้ราคาเพียงตันละ 8,000 บาทเท่านั้น”
วิเชียร กล่าวว่า ช่วงนี้ต้นทุนการทำนามีทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงก็แพงเพิ่มมากขึ้น รวมถึงค่าน้ำมัน ต้นฤดูขาดน้ำทำนา ต้องเสียเงินสูบน้ำเข้านาจำนวนมาก แต่มาปลายฤดูกำลังจะเก็บเกี่ยวข้าว แต่ก็ต้องมาถูกน้ำท่วม
“จริงๆ แล้วการแก้ไขปัญหา โดยรัฐบาลช่วยเหลือชดเชยถือเป็นเรื่องปลายเหตุ ในข้อเท็จจริงชาวนาอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ คือการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ให้หน้าแล้งมีน้ำทำนา หน้าฝนน้ำไม่ท่วม ชาวนาทำนาได้ตลอดปี เราไม่อยากได้เงินชดเชย 2,222 บาท เพราะลงทุนไปกว่า 5,000 บาท หากน้ำท่าสมบูรณ์ และเก็บเกี่ยวได้มากแล้วขายข้าวตามราคาประกันตันละ 1.5 หมื่นบาทตามนโยบายรัฐบาล พวกเราก็จะมีความสุขเช่นกัน”
ด้านสถานการณ์น้ำท่วม กระทรวงมหาดไทยได้รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) รวม 30 จังหวัด ภาคเหนือ 13 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ภาคกลาง 6 จังหวัด ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,041,639 ครัวเรือน 3,578,168 คน
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศช่วงวันที่ 2429 ส.ค. ว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ทั่วประเทศมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งทั่วทุกภาค
ช่วงบ่ายวันที่ 30 ส.ค. น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลท่วม ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนกว่า 70 หลังคาเรือน
ขณะที่ อ.บางระกำ และ อ.กงไกรลาศ จ.พิษณุโลก ถูกน้ำท่วมขังมานาน 3 เดือนแล้ว ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ทั้งอาหาร ไฟฟ้า น้ำประปาไม่มีใช้ ต้องอพยพออกจากบ้าน เนื่องจากไม่มีหญ้าเลี้ยงวัว ควาย
กำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเตรียมย้ายราษฎรบ้านปู่ทา อ.สบเมย จำนวน 60 ครอบครัว และบ้านห้วยโผ อ.แม่สะเรียง จำนวน 110 ครอบครัว ออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากพบรอยแยกบนภูเขาเสี่ยงดินถล่ม
ขณะที่ จ.ปทุมธานี ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ส่งผลทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำเขต อ.เมือง และ อ.สามโคก เจ้าหน้าที่ช่วยกันป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมบริเวณนิคมอุตสาหกรรมนวนคร m







