
คลังชี้น้ำมันกดเงินเฟ้อลง 0.5%
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)
กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังจะยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยต้องจับตา คือปัญหาเงินเฟ้อ เชื่อหากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ก็จะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงด้วย
นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลในการชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซิน 95 ลดลง 8.20 บาท/ลิตร เบนซิน 91 ลดลง 7.17 บาท/ลิตร และดีเซลลดลง 3 บาท/ลิตร คาดว่าจะทำให้เงินเฟ้อในเดือน ก.ย.ลดลง 0.5% จากทั้งปีที่ประเมินว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับ 3.8%
นอกจากนี้ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2554 เชื่อว่าจะเติบโตได้ดีกว่าช่วงไตรมาสแรก ปี 2554 ที่ขยายตัวในอัตรา 3.2% และไตรมาส 2 ปี 2554 ที่ขยายตัว 2.9% เนื่องจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่กลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ยังเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี
นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านเสถียร ภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การดำเนินมาตรการการปรับลดราคาน้ำมันมีส่วนช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อได้ เพียงแต่บอกไม่ได้ชัดเจนว่าจะช่วยให้เงินเฟ้อลดลงได้มากน้อยแค่ไหน เพราะจะลดลงได้มากมายขนาดไหน ต้องศึกษาข้อมูลและติดตามดูก่อน
“มาตรการของรัฐที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลง มันช่วยให้เงินเฟ้อลดลงแน่นอน เพียงแต่เรายังบอกไม่ได้ว่ามันจะช่วยลดลงได้มากน้อยแค่ไหน” นางอัจนา กล่าว
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีความกังวลกันมากเรื่องการเข้าไปดูแลแก๊สโซฮอล์ของรัฐบาล จึงอยากให้ทุกฝ่ายอย่าให้ความสำคัญกับการผลิตเอทานอลมากเกินไป เพราะว่าสถานการณ์โลกได้เปลี่ยนไปจากเดิมที่ต้องการใช้มันสำปะหลังและอ้อยมาผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นส่วนผสมของแก๊สโซฮอล์ หลังจากสถานการณ์น้ำมันในขณะนั้นมีราคาสูง
แต่ขณะนี้ปรากฏว่าราคาของมันสำปะหลังและอ้อยก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องกลับมาพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ซึ่งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้คำนวณความเหมาะสมไว้แล้ว โดยให้ส่วนต่างแต่ละน้ำมันไว้พอดีกันทั้งหมด
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตเอทานอล กล่าวว่า การปรับลดราคาแก๊สโซฮอล์ครั้งนี้ ถือว่ารัฐบาลให้ความสนใจกับกลุ่มผู้ผลิตเอทานอล แต่คงทำได้แค่รักษาระดับการใช้เอทานอลเพื่อผลิตแก๊สโซฮอล์เท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นห่วงตอนนี้ คือในอนาคตหากการใช้แก๊สโซฮอล์ไม่ขยายตัวหรือมีแนวโน้มลดลง จะทำให้ผู้ผลิตเอทานอลถูกกดราคาขายจากบริษัทน้ำมัน และผลกระทบจะตกไปถึงชาวไร่ผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งรัฐบาลควรจะเข้ามาดูในเรื่องนี้ด้วย







