
ธปท.ขอดูแลเงินเฟ้อคลังดูแลความเสี่ยง
ธปท.แนะใช้นโยบายการคลังดูแลความเสี่ยงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และใช้นโยบายการเงินคุมเงินเฟ้อ
ธปท.แนะใช้นโยบายการคลังดูแลความเสี่ยงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และใช้นโยบายการเงินคุมเงินเฟ้อ
นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับ รมว.คลัง เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ธปท.ได้ชี้แจงข้อซักถามของ รมว.คลัง ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก เพราะมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกลดลงจากเดิมที่คาดจะเติบโต 2.6% แต่ลดลงเป็น 1.8%
ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยต่างๆของสหรัฐฯเปลี่ยนไป อาทิ ผลจากการทบทวนตัวเลขข้อมูลใหม่ตั้งแต่ปี 2551 ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯอ่อนแอลง และมีการลดอันดับเครดิตไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจสหรัฐชะลอลดลงทันทีมากมาย ซึ่งยังต้องติดตามดูใกล้ชิดต่อไป
ภาวะนี้นโยบายการคลังต้องคอยดูแลความเสี่ยงด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ที่ต้องพยายามดูแลเงินเฟ้อ ไม่อย่างนั้นการที่รัฐบาลพยายามออกนโยบายอะไรมาเพิ่มรายได้ให้กลุ่มคนต่างๆ ไป เงินเฟ้อก็กินหมด
ฉะนั้น ธปท.ต้องดูแลไม่ให้เงินเฟ้อเพิ่ม จนประโยชน์ของมาตรการนั้นๆ ของภาครัฐหายไปหมด ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยให้เงินเฟ้อสูง การที่รัฐบาลพยายามเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มคนผ่านนโยบายต่างๆ ไปเท่าไร เงินเฟ้อมันก็กินหมด
“ถ้าเงินเฟ้อมันสูง ถ้าของมันแพง ประโยชน์จากมาตรการของรัฐมันจะถูกเงินเฟ้อกัดกินหมด ฉะนั้น นโยบายการเงินต้องดูแลเงินเฟ้อ” นางอัจนา กล่าว
นางอัจนา กล่าวว่า การจัดทำกรอบงบประมาณปี 2555 จะจัดทำงบประมาณขาดดุลเท่าไร จะมาก กว่า 3.5 แสนล้านบาทหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐบาล ธปท.ไม่ค่อยห่วงเรื่องนี้ เพราะไทยไม่ได้มีปัญหาเรื่องระดับหนี้สาธารณะที่น่าห่วง แต่สิ่งที่ ธปท.ต้องการให้ระมัดระวังในการจัดกรอบงบประมาณปี 2555 คือ อยากให้ภาครัฐคำนึงงบประมาณในการลงทุน







