
ล่อเอกชนลดภาษีแลกขึ้นค่าจ้าง
อ้อนเอกชนขึ้นค่าจ้าง 300 บาท แลกลดภาษีนิติบุคคลยอมรับเพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล
อ้อนเอกชนขึ้นค่าจ้าง 300 บาท แลกลดภาษีนิติบุคคลยอมรับเพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความจำเป็นที่เอกชนต้องช่วยส่งเสริมให้แรงงานมีรายได้สูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพแรงงาน เพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนในประเทศ เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจในประเทศเติบโต (จีดีพี) อยู่ที่ 3-4% แต่ยืนอยู่บนการ พึ่งพาภาคส่งออก
ดังนั้น แต่ละปีจะลุ้นให้จีดีพีโตตามเป้าหมาย ก็ต้องลุ้นให้การส่งออกเติบโตได้ในระดับ 20% ขึ้นไป ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันกำลังซื้อของต่างประเทศก็เริ่มชะลอตัวลง ทำให้ต้องหันมาให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศมากขึ้นด้วยการเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน
ทั้งนี้ การขึ้นค่าจ้างในทางปฏิบัติ รัฐบาลได้ประกาศนโยบายต่อรัฐสภาชัดเจนแล้ว และในส่วนของรัฐบาลจะเริ่มปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ ในส่วนของภาคเอกชน รัฐบาลต้องขอความร่วมมือเพื่อให้นโยบายสมบูรณ์เต็มรูปแบบ
“ถ้าเอกชนรู้สึกคล้อยตามนโยบายที่รัฐบาลประกาศไปจะเป็นพระคุณ รัฐบาลก็จะอยู่ได้ด้วย เพราะถ้าทำนโยบายนี้ไม่ได้ รัฐบาลก็คงอยู่ไม่ได้ โดยสิ่งใดที่เป็นอุปสรรคที่รัฐบาลเดิมเคยทำไว้กับเอกชน ในวันนี้ก็จะช่วยปรับปรุงให้” นายกิตติรัตน์ กล่าว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะออกมาตรการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% ให้เหลือ 23% และเตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมทั้งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในประเทศให้อีกทางหนึ่งจากนโยบายจำนำข้าวเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ถึงแม้จะส่งผลให้ไทยส่งออกข้าวได้น้อยลง แต่ถ้าได้มูลค่าที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะเป็นผลดี อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรในทุกด้านด้วย
ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มาตรการลดภาษีแลกกับการขึ้นค่าจ้าง คงแลกกันไม่ได้ เพราะภาษีต้องมีการปรับขึ้นอยู่แล้วให้สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค







