
พท.ยันดึงแดงร่วมงานเหมาะสม
ฐิติมา ยืนยัน ดึงคนเสื้อแดงร่วมงานการเมืองเหมาะสม วอนสังคมให้โอกาส ตัดสินจากการทำงาน
ฐิติมา ยืนยัน ดึงคนเสื้อแดงร่วมงานการเมืองเหมาะสม วอนสังคมให้โอกาส ตัดสินจากการทำงาน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งคนเสื้อแดงมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรี ว่า สาเหตุที่แต่งตั้งนายอารี ไกรนรา มาดำรงตำแหน่งเลขานุการรมว.มหาดไทยนั้น เนื่องจากเป็นงานที่ต้องรับใช้ประชาชน โดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ได้ตั้งใจว่าต้องการที่จะให้ทีมงานมาทำงานช่วยชาติบ้านเมือง เพราะในกระทรวงมีงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งขอให้เชื่อมั่นว่าจะมาทำงานได้ ส่วนกรณีนายเพรชวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ที่ปรึกษารมว.พัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ขณะนี้เราได้นำนายเพชรวรรตมาสู่ระบบของการทำงาน ซึ่งเป็นจุดยืนที่จะทำให้สังคมนี้เป็นสังคมที่มีระเบียบวินัย และทำงานได้ โดยไม่ต้องกังวากันว่าคนเหล่านี้จะออกมาสู่ข้างนอกหรือว่าจะมาประท้วงกันอีก จึงอยากจะให้ความเชื่อมั่นว่าเมื่อทุกคนได้ทำงานก็จะได้ทำเพื่อประโยชน์ให้ ประเทศชาติ
“จริงๆ แล้วไม่อยากจะบอกว่าคนเหล่านั้น จะต้องไปเคลื่อนไหวนอกสภา ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งตรงนี้เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลและกลุ่มที่มาเป็นข้าราชการการเมืองที่มีความคิดเห็นตรงกัน อุดมการณ์เดียวกันที่ต้องการให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง รวมทั้งการต่อสู้กับเผด็จการ” โฆษกรัฐบาล กล่าว
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเดียวกัน ว่า นายอารี ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งมา 4 ครั้ง เคยทำงานเป็นที่ปรึกษารมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นลูกหม้อกระทรวงมหาดไทยคนหนึ่ง จึงอยากถามกลับไปว่าเพียงพอหรือไม่ ส่วนกรณีนายเพชรวรรตเองก็เคยเป็นผู้พิพากษาสมทบ เป็นนักสิทธิมนุษยชน เอ็นจีโอ และเคยสมัครรับเลือกตั้งสส.จนเกือบได้มาแล้ว รวมทั้งนายชินวัตร ก็เคยเป็นนายกสมาคมพิทักษ์สิทธิแท็กซี่ ตนจึงอยากขอโอกาสและอยากให้มองว่าตำแหน่งที่ปรึกษารมว.คมนาคมไม่ใช่ตำแหน่งที่จะมาเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้นเลย
“ผมจึงขอร้องว่ามองลงไปให้ลึก ตรวจสอบให้ชัดเจน และพยายามมามองอย่างบูรณาการว่าคนเหล่านี้จะช่วยรัฐบาลทำงานได้อย่างไร” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิกนั้น จบการศึกษาระดับปริญญาโท เคยลงสมัครสส. และเคยเป็นนายกสมาคมตลกแห่งประเทศไทย ฉะนั้น มันจึงอยู่ที่ว่าเราเลือกมองเขาอย่างไร ตลอดจนนายประแสง มงคลสิริ ก็จบปริญญาเอกด้านวิศวะสิ่งแวดล้อมจากประเทศญี่ปุ่น หากพูดกันตรงตำแหน่งที่ปรึกษารมช.ศึกษาธิการถือว่าเป็นเรื่องจิ๊บๆ เลย
“ผมกลับมองว่าเป็นจุดแข็งของรัฐบาลเสียด้วยซ้ำเพราะแต่ละคนยึดโยงกับภาคประชาชน วันหนึ่งหากเพชรวรรต นายชินวัตร ไม่ให้ความใส่ใจ เขาก็จะโดนสังคมหรือกลุ่มพลังมวลชนขึ้นมา และในช่วงของการเลือกตั้งคนเหล่านี้อยู่ในกระบวนการรณรงค์หาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย ฉะนั้นหากมองย้อนกลับไปผมมองว่ามันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นปกติ เราคงไม่ไปชวนคนพรรคประชาธิปัตย์มาดำรงตำแหน่งเลขานุการหรือที่ปรึกษารัฐมนตรีหรือกลุ่มการเมืองอื่นมาหรอก เนื่องจากคนเสื้อแดงเหล่านั้นล้วนช่วยในการรณรงค์ และหาแต้มให้กับเพื่อไทย” นายอนุสรณ์ กล่าว
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า แกนนำทีมีคดีต้องเดินกันต่อไป เป็นธรรมดาสำหรับคนที่ออกมาต่อสู้ก็จะต้องมีบาดแผลกันทุกคน ฉะนั้นกระบวนการในการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุดก็ต้องสู้กันต่อไป หากศาลวินิจฉัยลงมาว่าขัดต่อเงื่อนไขของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง คนเหล่านั้นก็เป็นไม่ได้ แต่ตนเชื่อว่ากระบวนการของศาลเป็นกระบวนการในการกล่าวหา ดังนั้นผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ต้องมีหน้าที่ต่อสู้ว่าผิดหรือไม่ แต่ศาลสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลที่มาศาลเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ไว้ก่อนเสมอ จึงคิดว่าวันนี้ศาลยังไม่มีความเห็นดังนั้นคงไม่มีใครที่มีหน้าที่ระบุว่าคนนั้นทำได้ คนนี้ทำไม่ได้ ตราบเท่ากระบวนการยังไม่สิ้นสุดเบ็ดเสร็จ







