
ขันนอตบางระกำโมเดลแผนแก้น้ำท่วมทั่วประเทศ
ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปไว้ว่า มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินรวม 35 จังหวัด 275 อำเภอ 1,840 ตำบล 15,320 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,055,261 ครัวเรือน 3,629,515 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 49 คน ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปบ้างแล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ 14 จังหวัด ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 121,849 ครัวเรือน 350,487 คน
ด้วยเหตุนี้เอง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงประกาศจะใช้ “บางระกำโมเดล” เป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศ และเมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายกฯ พร้อมคณะได้ลงไปติดตามความคืบหน้าของโครงการ ณ ที่ว่าการอำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก ขณะลงไปตรวจน้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ เพื่อจะได้นำมาเป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศตามที่เคยประกาศไว้
ยิ่งลักษณ์ ย้ำว่า บางระกำโมเดลเป็นรูปแบบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ เป็นการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เชื่อมโยงการทำงานกับทางกระทรวงและรัฐบาล โดยยึดหลักตามสูตร 2P 2R คือ การเตรียมความพร้อมและการรองรับสถานการณ์ (Preparation) การป้องกันที่ยั่งยืน (Prevention) การฟื้นฟูเยียวยา (Recovery) และการดำเนินการช่วยเหลือ (Response)
บางระกำโมเดล คือต้นแบบการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม เชื่อมโยงจากในพื้นที่บางระกำไปส่วนกลาง คาดหวังว่าจะแก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น เพราะมีการจัดตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์เชื่อมต่อ รับเรื่องร้องเรียนจากในพื้นที่เพื่อส่งต่อไปยังส่วนกลาง เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือเยียวยาทันท่วงที และจะต้องจัดทำระบบรายงานที่ชัดเจน รายงานตรงเข้าสู่ส่วนกลาง เพื่อทราบสถานะในพื้นที่ทำขั้นตอนไหน เพื่อนำไปขยายผลต่อไป
ยิ่งลักษณ์ ขอให้ส่วนราชการใช้รูปแบบของบางระกำโมเดลไปขยายผล โดยให้ ปรีชา เรืองจันทร์ ผวจ.พิษณุโลก ขยายผลไปยังระดับอำเภอ ก่อนจะขยายไปจังหวัดข้างเคียง และเป็นรูปแบบของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระดับประเทศต่อไป นอกจากนี้ ขอให้ทำแผนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งควบคู่ไปด้วย
ในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักการเยียวยาและฟื้นฟู แม้ตามหลักการจะต้องรอเหตุการณ์น้ำลดก่อน เพื่อประเมินผลก่อนอนุมัติค่าใช้จ่าย แต่เมื่อมีบางระกำโมเดล จะต้องดำเนินการให้รวดเร็ว เพราะบางพื้นที่ทราบความเสียหายควรแก้ไขและดำเนินการได้เลย
ส่วนการทำแม่น้ำเทียม ซึ่งคนในพื้นที่แนะนำไว้ จะต้องประเมินกับภาพรวมของ จ.พิษณุโลก ด้วย อาจแก้ปัญหาถูกต้องถูกจุด แต่จะไปสร้างปัญหาในจังหวัดอื่น
ดังนั้นจะต้องนำบางระกำโมเดลที่คนพิษณุโลกมองเห็น ส่งต่อให้กรมชลประทานวางแผนจัดการน้ำทั้งระบบ แต่การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น นายกฯ ยืนยันไม่ได้อยู่ในแผนบางระกำโมเดล แต่จะดูวิธีการเชื่อมแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านว่า ไหลรวมไปที่ใด ระหว่างทางมีผลกระทบบริเวณใดบ้าง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะเร่งทำเวิร์กช็อปในเดือน ก.ย. แบ่งเป็นการทำงานระยะสั้น ระยะกลาง ส่วนแก้ปัญหายาวจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทำเรื่องน้ำทั้งระบบทั่วประเทศ จะเอาปัญหาน้ำท่วมปลายทางเป็นตัวตั้ง โดยให้กรมชลประทานรวบรวมสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมต่อไป







