
กฤษฏีหาแนะเสนอกม.กู้เงินให้สภาพิจารณายากในทางปฏิบัติ
มาร์คเผยผลถกกฤษฎีกาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ การเสนอให้รัฐสภา “พิจารณา” ยากในทางปฏิบัติ ระบุ หาข้อยุติไม่ได้ ต้องให้ “ศาลรธน.”ตีความ แต่ ต้องรอเวลาก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ-รอ กมธ.ปรับร่าง
มาร์คเผยผลถกกฤษฎีกาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ การเสนอให้รัฐสภา “พิจารณา” ยากในทางปฏิบัติ ระบุ หาข้อยุติไม่ได้ ต้องให้ “ศาลรธน.”ตีความ แต่ ต้องรอเวลาก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ-รอ กมธ.ปรับร่าง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม. ถึงผลการหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น หลังจากที่คณะกรรมาธิการมีหนังสือมาถึงตนเองขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ช่วยพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเงินกู้ เรื่องการเสนอกรอบการกู้เงินให้รัฐสภา โดยเปลี่ยนจากคำว่า “เพื่อทราบ” เป็น “เพื่อพิจาณา” ได้หรือไม่ โดยกฤษฎีกาเห็นว่าการใช้คำว่า เพื่อพิจารณา ในทางปฏิบัติไม่สามารถตอบได้ว่าทำอย่างไร คำว่าพิจารณาในที่นี้จะหมายถึงทีละสภาหรือประชุมร่วม หรือเป็นเรื่องการเห็นชอบก่อนหลัง ใคร สภาไหนจะมีอำนาจมากกว่ากัน แก้ไขได้หรือไม่ สรุปว่า ถ้าเขียนในขณะนี้ก็ไม่สามารถตอบได้เลยว่าในทางปฏิบัติจะทำอย่างไร
ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า หากให้มีการประชุมร่วมน่าจะเกินเลยที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ในการประชุมร่วมของรัฐสภา ประเด็นที่สอง ทางคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า ถ้ามีการตั้งกลไกในลักษณะกรรมาธิการ หรือกรรมการที่ตั้งโดยประธานรัฐสภา เพื่อมาพิจารณาเรื่องกรอบการใช้เงิน น่าจะเกินเลยขอบเขตอำนาจนิติบัญญัติในเรื่องขอบเขตอำนาจของฝ่ายบริหาร แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อความเห็นไม่อาจหาข้อยุติได้ เพราะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้ที่จะสามารถชี้ขาดได้ คือศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งจะส่งกลับไปยังกรรมาธิการพิจารณา เพราะยังไม่มีช่องทางที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ในขณะนี้ ต้องรอให้มีการพิจารณาเสร็จก่อน ถือเป็นปัญหาในระบบของเราว่า ประเด็นที่มีข้อสงสัยในเชิงรัฐธรรมนูญแต่กรณียังไม่เกิด จะส่งได้ก็ต่อเมื่อกฎหมายพิจารณาเสร็จแล้ว ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ มีคนสงสัยว่าขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถึงจะสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นกรรมาธิการและยังไม่รู้ว่ากรรมาธิการจะพิจารณาตัดสินอย่างไร







