
ม็อบค้าสุนัขร้องเปิดเส้นทางค้าข้ามชาติ
ม็อบผู้ค้าสุนัขบุกศาลากลางพ่อเมืองสกลนครร้อขอเปิดเส้นทางขนสุนัขข้ามชาติ เผยเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัว
ม็อบผู้ค้าสุนัขบุกศาลากลางพ่อเมืองสกลนครร้อขอเปิดเส้นทางขนสุนัขข้ามชาติ เผยเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัว
กลุ่มชาวบ้านผู้ค้าสุนัขจากพื้นที่หลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดย นายสวง เดชาเลิศ ตัวแทนกลุ้มผู้ค้าสุนัข จาก ต.ท่าแร่ องเมือง จ.สกลนคร นางวรนุช คำขาว ตัวแทนจาก จ.ศรีษะเกษ นายแสงจันทร์ ดอนบุรมณ์ ตัวแทนจาก จ.มหาสารคาม นายวิจิตร ปินะภาเส ตัวแทนจาก จ.นครราชสีมา นายสดใส อัมพวา แกนนำจาก จ.บุรีรัมย์ และชาวบ้านกลุ่มผู้ค้าสุนัขจากหลายจังหวัดของภาคอีสาน กว่า 500 คน ขับรถกระบะที่ดัดแปลงทำกรง สำหรับใช้บรรทุก สุนัข มารวมตัวชุมนุมเรียกร้องต่อ นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.นครพนม พร้อมถือป้ายโชว์ข้อความเรียกร้องขอความเป็นธรรม ให้จ.นครพนม เปิดเส้นทางให้มีการขนส่งสุนัข เพื่อจะนำไปขายที่ประเทศเวียดนาม เนื่องจากชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนขาดรายได้ เพราะเป็นอาชีพที่ทำมานานกว่า 30 ปี จนกลายเป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่หลังจาก นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.นครพนม ได้มีนโยบายปราบปรามจับกุม จึงสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงต้องมีการรวมตัวมาชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรม
สำหรับบรรยากาศในการเรียกร้องเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มี นายยงยุทธ นุกิจรังสรรค์ รอง ผวจ. นายสมดี คชายั่งยืน รอง ผวจ.นครพนม เป็นตัวแทนรับเรื่องแทน นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.นครพนม ที่ไปราชการต่างจังหวัด และมี พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบก.จว.นครพนม ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ คอยดูแลรักษาความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด ซึ่งไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปภายในศาลากลาง แต่ให้ส่งตัวแทนขึ้นไปยื่นหนังสือ และเสนอปัญหา โดยสรุปเบื้องต้นทางจ.นครพนม ยังยืนยันไม่สามารถที่จะดำเนินการเปิดให้ค้าสุนัขข้ามชาติได้ เพราะติดข้อกฎหมาย ต้องรอเสนอแก้ไขกฎหมาย ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงยืนยันที่จะเรียกร้องไปจนถึงระดับประเทศ เพื่อแก้ปัญหานี้ต่อไป ก่อนสลายตัวเดินทางกลับ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนยอดสุนัขที่ดูแลรักษาไว้ที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม ขณะนี้เหลือ จำนวน 970 ตัว จากทั้งหมด 1,260 ตัว ตายไป 290 ตัว และมีสุนัขที่บาดเจ็บอีก 49 ตัว ที่ยังคงเยียวยารักษา ซึ่งยอดการบริจาคผ่านบัญชีกองทุนช่วยเหลือสุนัขนครพนม อยู่ที่ 19 ล้านบาท นอกจากนี้ในการปรับปรุงสถานที่ขัวสุนัขทางกองทุนได้มีการก่อสร้างโรงเรือนเพิ่มอีก 1 แห่ง และจะมีการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ภายในด่านอีก 2 ไร่ พร้อมรั้ว ใช้เป็นที่ขังสุนัข ลดปัญหาการแออัด ซึ่งในการดำเนินคดีนั้นต้องรอพิจารณาตัดสินของศาลจังหวัดนครพนม ในวันที่ 26 กันยายน 2554
นาย นายสวง เดชาเลิศ ตัวแทนกลุ้มผู้ค้าสุนัข จาก ต.ท่าแร่ องเมือง จ.สกลนคร กล่าวว่า ในการรวมตัวของกลุ่มผู้ค้าสุนัขจากหลายจังหวัดในภาคอีสานครั้งนี้ ต้องการมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.นครพนม ให้มีการพิจารณาอนุญาตเปิดเส้นทางให้มีการขนส่งสุนัขออกไปขายยังประเทศเวียดนาม แต่ไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายแต่อย่างใด เนื่องจากอาชีพค้าสุนัขชาวบ้านทำกันมากว่า 30 ปี และเชื่อว่าไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร สุนัขที่ได้มาไม่เคยมีการลักขโมย ทำด้วยความสุจริต แต่มีการสั่งห้ามแบบนี้ได้รับผลกระทบความเป็นอยู่มาก เพราะไม่มีอาชีพอื่น ทั้งภาระหนี้สิน งวดรถยนต์ ค่าส่งเสียบุตรหลานเล่าเรียน ได้มาจากค้าสุนัขทั้งหมด จึงวิงวอนให้จังหวัดมีการพิจาณาแก้ไข แต่หากมาเรียกร้องครั้งนี้อาจไม่สำเร็จก็ตาม แต่ก็ขอเรียกร้องขอความเป็นธรรมตามสิทธิ์ และจะมีการเคลื่อนไหวไปทุกระดับจนถึงระดับประเทศ เพื่อให้มีการเปิดการค้าสุนัขได้อย่างถูกต้อง
ด้าน นายยงยุทธ นุกิจรังสรรค์ รอง ผวจ.นครพนม กล่าวว่า สำหรับการมาเรียกร้องครั้งนี้ของกลุ่มผู้ค้าสุนัขนั้น ทางจังหวัดก็ยินดีที่จะรับเรื่องไว้ แต่การดำเนินการนั้นไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะการปราบปรามจับกุมนั้นทำตามขั้นตอนของกฎหมาย หากจะมีการอนุญาตหรือดำเนินการแก้ไขระเบียบกฎหมาย จะต้องมีการนำเสนอต่อหน่วยงานเกี่ยวข้องระดับประเทศ เพื่อหาทางแก้ไขต่อไป ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งการดำเนินการจับกุมปราบปรามที่ผ่านมา ก็คงต้องให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย







