
ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน
ตำรวจสตม.บุกจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวันที่หัวหินควบคุม 14 ผู้ต้องหา
ตำรวจสตม.บุกจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวันที่หัวหินควบคุม 14 ผู้ต้องหา
เจ้าหน้าที่ตำรวจสารวัตรตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน(สตม.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ แถลงผลจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน ได้ที่บ้านเลขที่59/135ตั้งอยู่ในหมู่บ้านคริสตัลวิลล์ ซอยหัวหิน 116 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากได้รับการประสานจากทางไต้หวัน ถึงพฤติกรรมของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ที่มาใช้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางหลอกลวงต้มตุ๋นคนทั่วไป จนสืบทราบว่ามีกลุ่มชาวไต้หวัน และชาวจีน ใช้บ้านหลังดังกล่าวเป็นศูนย์กลาง เปิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยทำการโทรศัพท์หลอกลวง ด้วยการให้พนักงานใช้โทรศัพท์โทรไปตามเบอร์โทรศัพท์ต่างของผู้คนในประเทศไต้หวันและประเทศจีน โดยใช้อุบายหลอกลวงว่าเป็นตำรวจ และได้ตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดต่างๆ จะให้ความช่วยเหลือ แต่จะต้องโอนเงินเข้ามาในบัญชีธนาคารที่ไต้หวัน
ทั้งนี้ สืบเนื่องเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจสตม.ได้นำกำลังพร้อมหมายศาลมายังบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวประตูรั้วบ้านถูกปิดภายในปิดเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปิดประตูรั้วเข้าไปและ เข้าไปยังบริเวณด้านหลังบ้านซึ่งพบแอร์ยังทำงานอยู่ แต่หน้าต่างทุกบานปิดสนิทเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยามเปิดประตูบ้านด้านหลังเข้าไปพบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาย-หญิง ทั้งชาวไต้หวัน และชาวจีนแผ่นดินใหญ่ พร้อมหญิงไทย และพม่า รวม 14 คนนั่งรวมตัวอยู่บริเวณโซฟาในห้องโถงกลางบ้านจึงบุกเข้าควบคุมตัวใว้ทั้งหมด
จากการตรวจสอบพบทีวี 1 เครื่องมีการติดตังกล้องวงจรปิดเพื่อดูความเคลื่อนไหวบริเวณด้านหน้าบ้าน โดยภายในบ้านถูกจัดแบ่งเป็นออฟฟิศ มีเครื่องโทรศัพท์เชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน 14 เครื่อง อยู่ทั้งในห้องโถง ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และยังพบกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วถูกติดตั้งไว้ในกล่องบุหรี่ วางไว้บริเวณหน้าต่างที่หันออกไปหน้าบ้านเพื่อดูความเคลื่อนไหว นอกจากนั้นยังพบเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจำนวน 6 เครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดเอาไว้
นายโจ ชาวไต้หวัน ให้การรับสารภาพว่าเป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมี น.ส.วิมล แซ่หลอ อยู่บ้านเลขที่ 827 หมู่ 1 อ.เวียงแห จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแฟนสาว โดยเพิ่งเข้ามาทำงานที่หัวหิน ประมาณ 1 เดือน เช่าบ้านหลังดังกล่าวเดือนละ 47,000 บาท แต่ไม่ยอมบอกรายละเอียดว่าได้เงินจากการการโทรศัพท์มาแล้วเท่าไหร่ บอกเพียงว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้เงิน และไม่มีนายใหญ่กว่านี้จึงตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊ง โดยจะให้เหยื่อที่ถูกหลอกโอนเงินไปเข้าบัญชีในธนาคารที่ไต้หวัน ซึ่งมีการตั้งเป้าไว้ห้าแสนบาทต่อเดือนแต่ยังไม่ทะลุถึงเป้า อย่างไรก็ตามสาเหตุที่เลือกหัวหิน เพราะค่าใช้จ่ายถูกสะดวก ที่อื่นไม่มีสาขามีเพียงที่หัวหิน ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ส่วนพนักงานมีทั้งเงินเดือนและค่าคอมมิชั่น







