
ตำรวจกรุงเก่ากวาดล้างคดีค้างเก่า
ตำรวจกรุงเก่ากวาดล้างคดีค้างเก่าจับกุมผู้ต้องหา 377 คน ปืนพร้อมยาเสพติดจำนวนมาก
ตำรวจกรุงเก่ากวาดล้างคดีค้างเก่าจับกุมผู้ต้องหา 377 คน ปืนพร้อมยาเสพติดจำนวนมาก
เวลา 10.30 น. ที่ ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แถลงผลระดมการกวาดล้างปราบปรามยาเสพติดและคดีค้างเก่า ของสถานีตำรวจต่างๆในพื้นที่ช่วงระหว่างวันที่ 17-26 สิงหาคม 54 ตามชุมชนเป้าหมาย 221 ชุมชน ได้ผู้ต้องรวม 377 คน แยกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับทั่วประเทศในคดีอาชญากรรมต่าง ๆ จำนวน 159 คน ได้แก่คดีฆ่าผู้อื่น พยามฆ่า ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ลักทรัพย์ ยาเสพติด และคดีหนีประกัน ซึ่งคดียาเสพติดและคดีตามหมายจับจะดำเนินการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง และผู้ต้องหายาเสพติดจำนวน 218 คน ยาบ้า 4,293เม็ด , ยาไอซ์ 28.97 กรัม , อาวุธปืน 10 กระบอก ลูกกระสุน 89 นัด และปืนปากกาอีกจำนวน 2 กระบอก
พล.ต.ต.อนุรักษ์ กล่าวว่า ล่าสุดทาง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้หลังจัดทำโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรในการติดตมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่าทุกประเภท หรือ CCOC และห่วงเวลาการจับกุมผู้ต้องหาที่นำมาแถลงข่าวคือ การลงภาคสนามจริงหลังการฝึกอบรม จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและของกลางได้จำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ต้องการทำให้ทุกชุมชนในประเทศไทยปลอดจากยาเสพติดและคดีอาชญากรรม และในขณะนี้ทาง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้ทำโครงการหมู่บ้านสีขาวปลอดยาเสพติดไปแล้วหลายอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.พระนครศรีอยุธยา ในเขต ต.ปากกราน เป็นตำบลแรกที่นำร่องโครงการ ทำหมู่บ้านสีขาวปลอดยาเสพติดอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตามแนวทางหนึ่งของการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวนมาก เพราะตำรวจชุดสืบสวนได้ปรับการทำงานในกระบวนการทำงานสืบสวนเชิงรุก โดยก่อนหน้านี้จะติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับตามภูมิลำเนา บ้านญาติ หรือถิ่นอาศัยกาบดาน แต่ภายหลังคนร้ายมีการปรับแนวทาการหลบหนีคดี โดยตำรวจต้องพัฒนาติดตามจากโทรศัพท์มือถือว่าไปใช่เสาโทรศัพท์กับเสาสงสัญญากันเสาต้นในพื้นที่ใด รวมถึงตรวจจากฐานข้อมูลการเข้าบริการของรัฐ เช่นบัตรประกันกันสุขภาพ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือการทำบัตรประชาชนปลายทาง ว่าไปใช้บริการของรัฐที่เขตท้องที่ตำบลอำเภอจังหวัดใด อันจะทำให้การติดตามจับกุมง่ายมากขึ้น เพราะข้อมูลเป็นปัจจุบัน ด้วยคนร้ายบางคนหลบหนีออกจากภูมิลำเนาตามบัตรประชาชนไปแล้วไม่ยอมกลับมาเลย แต่อาจพลาดไปรับการบริการจากรัฐ เช่นการรักษาพยาบาล หรือแจ้งทำบัตรใหม่ปลายทาง ก็ทำให้ทราบถิ่นที่อยู่หรือกบดานที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด ทำให้ง่ายต่อการจับกุมมากยิ่งขึ้น







