
ตลาดทองดำดิ่ง
2วันร่วง10%โกลด์ฟิวเจอร์สถูกบังคับขาย‘กัดดาฟี’ขู่เทกระจาดทอง
ฟองสบู่ทองเริ่มแตก ดิ่งลงเหว 2 วันเฉียด 10% ในไทยหายวับ 1,800 บาท บีบขายโกลด์ฟิวเจอร์ส “กัดดาฟี” จ่อทิ้งล็อตใหญ่
ตลาดซื้อขายทองคำโลกปั่นป่วน ราคาดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็วใช้เวลาเพียง 2 วัน หายไปเกือบ 10% เทียบกับราคาที่เคยขึ้นทะลุ 1,900 เหรียญสหรัฐ เนื่องจากกองทุนอีทีเอฟรายใหญ่ที่สุดของโลกชื่อ SPDR เทขายทองติดกันหลายวัน ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศไทยรูดลงแรงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,800 บาท ในวันที่ 25 ส.ค. 2554
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองยังมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงอีกหลังจากที่ราคาในตลาดโลกร่วงลงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ปิดที่ 1,709 เหรียญสหรัฐ และเงินบาทอ่อนค่ามาอยู่ที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ราคาทองคำที่ทรุดหนักในตลาดสหรัฐ ตรงกับเวลากลางคืนในประเทศไทย ทำให้ราคาสัญญาล่วงหน้าอ้างอิงทองคำ (โกลด์ฟิวเจอร์ส) รูดลงแรงกว่า 8% ก่อนกระเตื้องขึ้นมาติดลบ 4% แต่ก็ทำให้นักลงทุนที่เปิดสถานะซื้อล่วงหน้าถูกบังคับขาย (ฟอร์ซเซล) ทันที เพราะราคาเปิดตลาดลดลงทันที 1,350 บาท เกินกว่าระดับที่ถูกฟอร์ซเซล 860 บาท
ด้านนายสัญญา หาญพัฒนกิจพานิช หัวหน้าทีมพัฒนาธุรกิจตลาดอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก กล่าวว่า มีลูกค้าถูกฟอร์ซเซลจำนวน 40 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นรายย่อย
ด้านนายฟาร์ฮัต เบงดารา อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางลิเบีย เปิดเผยว่า พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย อาจจะปล่อยทองคำสำรองบางส่วนเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าคุ้มกันตนเอง และเพื่อนำไปใช้เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความแตกแยกของกลุ่มต่างๆ ในประเทศ
นายเบงดารา เปิดเผยกับสื่ออิตาลีว่า คนใกล้ชิดของนายกัดดาฟีได้เคยเสนอขายทองคำ 25 ตัน ให้แก่เพื่อนของนายเบงดารา ซึ่งไม่ใช่ชาวลิเบียเมื่อเร็วๆ นี้
“ลิเบียมีทองคำสำรองราว 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3 แสนล้านบาท)” นายเบงดารา กล่าว
ด้านตลาดหุ้นไทยทรุดลงแรงมากที่สุดในเอเชียถึง 2.05% หรือ 21.43 จุด ปิดที่ 1,025 จุด เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้นอย่างรุนแรง 2,039 ล้านบาท







