
สธ.เดินหน้าเก็บ30บาทบัตรทอง
วิทยานัดแถลงนโยบายสาธารณสุข30ส.ค.กลับไปใช้บัตรทองเก็บ30บาทยกเว้นคนยากไร้ไม่ต้องจ่าย
วิทยานัดแถลงนโยบายสาธารณสุข30ส.ค.กลับไปใช้บัตรทองเก็บ30บาทยกเว้นคนยากไร้ไม่ต้องจ่าย
นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงนโยบายการเรียกเก็บเงินค่าบริการ 30 บาท ในการใช้สิทธิบัตรทอง หลังจากยกเลิกมาเป็นเวลา 2 ปี ว่า ในวันที่ 30 ส.ค.จะมีการแถลงนโยบายด้านสาธารณสุข โดยจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด ยืนยันว่าจะต้องมีการร่วมจ่ายอีกครั้ง เพื่อศักดิ์ศรีของประชาชน และคุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้น การเก็บเงินในอัตรา 30 บาทจะไม่กระทบประชาชนอย่างแน่นอน ยกเว้นตาม พ.ร.บ. เช่น คนยากไร้ และบุคคลที่สมควรได้รับการยกเว้น
ส่วนแก้ปัญหาสภาพคล่องของรพ.เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วแต่จะพิจารณาเงินค้างท่อในระบบหลักประกันสุขภาพนำมาใช้เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจของบุคลากรด้วย การแก้ปัญหาหนี้สิน ได้มีการหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แล้ว โดยจะมีการเสนอของบประมาณกลาง 1,700 ล้านบาท เพื่อมาแก้ปัญหาหนี้ในระบบ ซึ่งในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีภาระต่างๆของสถานบริการค้างอยู่ ซึ่งจะเร่งแก้ปัญหาให้เสร็จสิ้น
พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.)กล่าวว่า การร่วมจ่าย 30 บาท สามารถทำได้เพราะตามพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ มาตรา 5 ระบุว่าให้มีการร่วมจ่าย ยกเว้นผู้ยากไร้ ซึ่งจะมีบัตรพิเศษเป็นบัตร ท.ทหาร ที่ผ่านมา การเก็บเงิน 30 บาท ก็ไม่ได้เป็นการเบียดเบียนประชาชนมากนัก เพราะไม่ได้เป็นจำนวนมาก กลับกันถือเป็นการช่วยเหลือทางสังคม เพราะเงินดังกล่าวสำหรับสถานพยาบาลขนาดเล็ก โดยเฉพาะสถานีอนามัย หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) และโรงพยาบาลชุมชน ถือว่า เงินก้อนดังกล่าวเป็นเงินสดหมุนเวียนในสถานพยาบาล ที่สามารถนำไปใช้ลดภาระ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์ และช่วยเหลือประชาชนกลุ่มที่ยากไร้จริงๆ ได้ ซึ่งเชื่อว่า ในสถานพยาบาลขนาดเล็ก จะส่งทันทีที่กลับมาใช้วิธีการเก็บค่าบริการอีกครั้ง
“จากสถิติการเข้ารับบริการผู้ป่วยนอก ตั้งแต่ปี 2545-2550 ในช่วงที่เก็บค่าบริการ 30 บาท พบว่า ประชาชนเข้ารับบริการประมาณ 101-110 ล้านครั้ง แต่ตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งยกเลิกการเก็บ พบว่า อัตราการเข้าใช้บริการผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คือ จำนวน 200 ล้านครั้ง ซึ่งถือเป็น 2 เท่าของอัตราการใช้บริการเดิม ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ เท่าเดิม แต่ต้องเพิ่มภาระงานเป็น 2 เท่า เชื่อว่า หากมีการเก็บค่าบริการครั้งละ 30 บาท อย่างน้อยก็ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการโดยไม่จำเป็นได้บ้าง ซึ่งจะช่วยลดภาระบุคลากร ได้ใช้เวลาในการดูแลผู้ป่วยในรายที่จำเป็นกว่าได้
ด้านพญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล รองประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.) กล่าวว่า สผพท.ได้เข้าพบนายวิทยา รมว.สาธารณสุข หลังจากแถลงนโยบาย โดยได้นำเสนอการแก้ไขเรื่องภาวะขาดทุนของโรงพยาบาลในปัจจุบัน โดยนายวิทยา รับปากจะเร่งแก้ปัญหาและรับข้อเสนอของ สผพท. ไป เพื่อปรึกษากับนิติกร เพื่อดูแนวทางความเป็นไปได้ ซึ่งปัจจุบันทราบว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) มีการกันงบประมาณสำหรับโครงการพิเศษต่างๆ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่างบประมาณเหล่านั้นไม่ได้ใช้และไม่มีการส่งคืนสำนักงบ ประมาณ โดยระบุว่า เป็นงบประมาณสำหรับโครงการในอนาคต ทำให้มีงบประมาณค้างจำนวนมหาศาล หากมีการบริหารจัดการได้ ก็จะสามารถนำเงินดังกล่าวจ่ายหนี้ค่ายาและแก้ปัญหาสภาพคล่องให้แก้โรงพยาบาล ในระบบได้







