
สภาล่ม!ขุนค้อนสั่งปิดประชุม-2ฝ่ายประท้วงเดือด
ปชป.-พท.ประท้วงวุ่นก่อนประธานสั่งปิดประชุมเหตุองค์ประชุมไม่ครบ ทำรัฐแถลงนโยบายไม่เสร็จใน15วัน"ขุนค้อน"เชื่อไม่ขัดกม.
ปชป.-พท.ประท้วงวุ่นก่อนประธานสั่งปิดประชุมเหตุองค์ประชุมไม่ครบ ทำรัฐแถลงนโยบายไม่เสร็จใน15วัน"ขุนค้อน"เชื่อไม่ขัดกม.
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. บรรยาการประชุมรัฐสภาเพื่ออภิปรายนโยบายรัฐบาลเริ่มดุเดือดขึ้นตั้งแต่เวลา 21.30 น. เมื่อนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้อภิปรายพาดพิงกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แจกหนังสือนิตยสาร เรด พาวเวอร์ ในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงระบุว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนได้จัดงานวันเกิดให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในชื่อ “ทักษิณมหาราษฎร์” ปรากฎว่าส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ลุกขึ้นประท้วง
นายจตุพร ชี้แจงต่อว่า เรื่องทักษิณมหาราษฎร์ เกิดจากหลังเลือกตั้งมี “คนชั่วขี้เรือน”บางคนไปขึ้นป้ายทักษิณมหาราษฎร์ พวกตนไม่ได้กินแกลบ ดังนั้นขอสาปแช่งคนที่เอาป้ายมาขึ้นขอให้มีอันเป็นไป
ขณะที่ นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. ได้ประท้วงอย่างมีอารมณ์และชี้หน้านายจตุพร ว่า “ไอ้ขี้เรื้อนนี้คุณจตุพรต้องจัดการ เพราะมันเป็นแดงเทียม อย่าเดือดร้อน นั่งลงก่อน” ซึ่งนายจตุพรยังคงกล่าวชี้แจงต่อเนื่องโดยระบุว่า มีการทำหลักฐานปลอมเพื่อใส่ร้ายในตัวเองในข้อหาหมิ่นสถาบัน แม้ นายสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ ประธานสภาฯ จะปิดไมค์แล้วก็ตาม
ส่งผลให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ปชป. ได้ประท้วงพร้อมระบุว่า ได้รับความเสียหายจากคำกล่าวของนายจตุพร โดยประธานสภาฯปล่อยให้นายจตุพรพูดจนเลยเถิด ว่าศอฉ.ที่ตนกำกับดูแลได้ทำหลักฐานปลอมใส่ร้าย ซึ่งขอชี้แจงวว่าเนื่องจากมีการล่วงละเมิดต่อสถาบันเบื้องสูง ตนรับผิดชอบดูแลความมั่นคงบ้านเมือง เมื่อเห็นว่าคนเหล่านี้มีพฤติกรรม ก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทันที ไม่ใช่เรื่องใส่ร้าย เพราะขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินคดีเอาผิดกลุ่มคนเหล่านี้แล้วจำนวน 19 คน มีนายจตุพรและส.ส.พรรคเพื่อไทย อยู่ด้วยและทั้งหมดเป็นเรื่องจริง
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นอภิปรายเพื่อขอตัดบทไม่ให้มีการนำเรื่องดังกล่าวมาประท้วงโดยระบุต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า ในนามของรัฐบาลยืนยันต่อพสกนิการชาวไทยว่ารัฐบาลชุดนี้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันเหนือสิ่งอื่นใด และขอให้ยุติการอภิปรายเรื่องนี้
ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ขออภิปรายอีกว่า ตนเป็น 1 ใน 19 คน และเป็นพรรคพวกของนายจตุพร ขอยืนยันความบริสุทธิ์ ไปมอบตัวดีเอสไอ และเซ็นหนังสือรับรองการสละสิทธิใช้เอกสิทธิคุ้มครองในสมัยประชุม แต่การใส่ร้ายโดยการนำสถาบันเบื้องสูงมาเกี่ยวข้องนั้น ไม่เป็นส่วนดีต่อใครเลย เป็นเรื่องที่ทำลายทุกคนทุกฝ่าย
"นายกรัฐมนตรีที่เคยได้รับเสียงเลือกตั้งสูงสุดในประเทศก็ล้มเพราะข้อกล่าวหานี้ และที่ผมเจ็บปวดที่สุดคือข้อกล่าวหานี้ใช้ออกใบอนุญาตฆ่าประชาชน ผมไม่อยากให้คนตายเพิ่มเติมอีก"นายณัฐวุฒิกล่าว
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า ขอให้สมาชิกคนดังกล่าวลุกขึ้นมาพูดถ้อยคำที่กล่าวไปแล้วใหม่ ตนยืนยันว่า การเสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมในปี 2553 ให้สอบสวนกันตามความจริง ใครผิดก็ลงโทษ แต่ว่าคนที่พูดว่าเอาเรื่องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถาบันมาเป็นใบอนุญาตเกี่ยวกับการเสียชีวิต พูดอย่างนั้นพวกตนไม่เสียหาย แต่สถาบันเสียหาย
ขณะที่ นายสุเทพ เสริมอีกว่า นายณัฐวุฒิต้องถอนคำพูด ตนยอมไม่ได้ ตนเสียใจจริงๆ ถ้าประธานสภาฯไม่วินิจฉัยให้ถอน ตนก็ยอมรับประธานสภาฯไม่ได้เหมือนกันและไม่อยากกล่าวถึงถ้อยคำนั้นซ้ำอีก
ทั้งนี้ นายสุเทพ ได้นำถ้อยคำอภิปรายของนายณัฐวุฒิที่บันทึกไว้ในกระดาษไปมอบให้ประธานสภาฯในที่ประชุมอ่าน จากนั้นได้มีการอภิปรายตอบโต้กันระหว่างปชป.และพท. ในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องรวมทั้งมี ส.ส.ลุกขึ้นประท้วงหลายคน ทำให้ นายสมศักดิ์ ต้องสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 10 นาทีในเวลา 22.30 น.
ประธานสภาฯสั่งปิดประชุมหลังองค์ประชุมไม่ครบ
ต่อมาในเวลา 23.10 หลังจากที่มีการพักการประชุม 10 นาที นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยได้เสนอขอปิดการอภิปราย ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้เสนอให้มีการอภิปรายต่อ เนื่องจากว่ายังมี ส.ส.อีกหลายรายที่ยังไม่ได้อภิปรายตามเวลาที่ได้กำหนดไว้
ด้าน นายสมศักดิ์ ได้สั่งให้มีการลงมติว่าจะให้มีการเปิดอภิปรายต่อหรือไม่และให้มีการนับองค์ประชุมก่อนลงมติ ปรากฎว่ามีสมาชิกอยู่จำนวน 314 คนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ประชุม คือ 325 คน จากสมาชิกทั้งหมด 648 คน นายสมศักดิ์จึงสั่งปิดประชุมสภาในเวลา 23.30น. ซึ่งนับว่าเป็นเหตุการณ์สภาล่มครั้งแรกของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นัดประชุมใหม่25ส.ค.บ่ายโมง
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรองประธานสภาฯ กล่าวว่า นายสมศักดิ์ ได้แจ้งผ่านข้อคามสั้นเอสเอ็มเอสไปยังโทรศัพท์มือถือของสมาชิกว่า ให้มีการเปิดประชุมในวันที่ 25 ส.ค.เวลา 13.00น.เพื่อพิจารณาว่าจะให้มีการเปิดหรือปิดการอภิปรายนโยบายรัฐบาล
ทั้งนี้โดยส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาการตีความว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาลสมบูรณ์หรืไม่ แม้เจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญจะกำหนดให้การแถลงนโยบายต้องเสร็จสิ้นภายใน 15 วันหลังจากที่รัฐบาลเข้ารับตำแหน่ง แต่หากกระบวนการแถลงได้เริ่มขึ้นก่อนครบ 15 วัน แต่ยังไม่เสร็จสิ้นแม้ว่าจะเลยกำหนดไปแล้วก็ไม่ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ใดส่งเรื่องดังกล่าวให้กับศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่
สมศักดิ์มั่นใจไม่ขัดรธน.หลังแถลงนโยบายไม่จบใน15วัน
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งสมาชิกไปแล้วว่าจะมีการนัดประชุมอีกครั้งในเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ส.ค.เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในประเด็นว่า การแถลงนโยบายของรัฐบาล สมบูรณ์ตามรัฐธรมนูญ มาตรา 176 หรือไม่
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการประชุมสภาในวันที่ 24 ส.ค.จะล่ม แต่ก็มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาทางกฎหมายเพราะรัฐธรรมนูญระบุว่าให้รัฐบาลยื่นแถลงนโยบายภายใน 15 วันหลังจากเข้ารับตำแหน่ง ส่วนจะแถลงกี่วันไม่ได้มีการกำหนดเอาไว้ แต่หากใครต้องการจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความในประเด็นดังกล่าวก็เป็นสิทธิที่ทำได้
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมตรี ได้เดินทางออกจากรัฐสภาในเวลา 0.20 น.ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดโดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพียงสั้นๆว่าในวันที่ 25 ส.ค.นี้จะยังคงมีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสภาฯแล้ว







