
ตลกดัง "จั๊กกะบุ๋ม" มอบตัวคดีกักขังโคโยตี้
มั่นใจตนเองบริสุทธิ์ อ้างเป็นลูกผู้ชายพอไม่รังแกผู้หญิงแน่นอน วอนอย่าฟังความข้างเดียว เตรียมปรึกษาทนายฟ้องกลับหรือไม่
มั่นใจตนเองบริสุทธิ์ อ้างเป็นลูกผู้ชายพอไม่รังแกผู้หญิงแน่นอน วอนอย่าฟังความข้างเดียว เตรียมปรึกษาทนายฟ้องกลับหรือไม่
เวลา 10.00น. ที่สน.พหลโยธิน นายสมชาติ ทรงกลด หรือ จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ดาราตลก พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ พนักงานสอบสวน (สบ.2) สน.พหลโยธิน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีถูกสาวโคโยตี้ แจ้งความฐานกักขังหน่วยเหนี่ยวและกระทำอนาจาร รวมทั้งคดีขับรถชนรถของ ด.ต.ไชยา เครือโป้ อายุ 45ปี ผบ.หมู่กองร้อย2 กองกำกับการอารักขา 1 บก.อคฝ.บช.น. จนได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา
ด้านนายสมชาติ ทรงกลด หรือจั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม เปิดเผยว่า ที่เข้ามาพบตำรวจล่าช้าเพราะตนต้องทำงานทุกวัน อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีความนั้นตนเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเอง ตนอยากให้ฟังความจากตนบ้าง อีกทั้งตนมีความเป็นลูกผู้ชายพอไม่รังแกและดูถูกผู้หญิงอย่างแน่นอน ส่วนจะมีการฟ้องกลับหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างปรึกษากับทนายความ เพราะเรื่องดังกล่าวทำให้ตนเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
โดยพ.ต.ท.วีระ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและกระทำอนาจาร และอีกคดีจะแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ จากเหตุที่ขับรถชน อย่างไรก็ตาม หลังจากสอบปากคำแล้ว นายสมชาติ ทรงกลด สามารถเดินทางกลับได้โดยไม่ต้องประกันตัว เพราะเป็นการเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ซึ่งหลังจากนี้ทางตำรวจจะสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อไป
เวลา 10.00น. ที่สน.พหลโยธิน นายสมชาติ ทรงกลด หรือ จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม ดาราตลก พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ พนักงานสอบสวน (สบ.2) สน.พหลโยธิน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากรณีถูกสาวโคโยตี้ แจ้งความฐานกักขังหน่วยเหนี่ยวและกระทำอนาจาร รวมทั้งคดีขับรถชนรถของ ด.ต.ไชยา เครือโป้ อายุ 45ปี ผบ.หมู่กองร้อย2 กองกำกับการอารักขา 1 บก.อคฝ.บช.น. จนได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา
ด้านนายสมชาติ ทรงกลด หรือจั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม เปิดเผยว่า ที่เข้ามาพบตำรวจล่าช้าเพราะตนต้องทำงานทุกวัน อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีความนั้นตนเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเอง ตนอยากให้ฟังความจากตนบ้าง อีกทั้งตนมีความเป็นลูกผู้ชายพอไม่รังแกและดูถูกผู้หญิงอย่างแน่นอน ส่วนจะมีการฟ้องกลับหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างปรึกษากับทนายความ เพราะเรื่องดังกล่าวทำให้ตนเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
โดยพ.ต.ท.วีระ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและกระทำอนาจาร และอีกคดีจะแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ จากเหตุที่ขับรถชน อย่างไรก็ตาม หลังจากสอบปากคำแล้ว นายสมชาติ ทรงกลด สามารถเดินทางกลับได้โดยไม่ต้องประกันตัว เพราะเป็นการเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ซึ่งหลังจากนี้ทางตำรวจจะสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อไป







