
ฝ่ายค้านถล่มนโยบายศึกษา-สังคมไร้รูปธรรม
ฝ่ายค้านจวก"นโยบายศึกษา-สังคม" ไร้รูปธรรมวางคนไม่ตรงกับงาน ชี้หลายประเด็นยังสับสนไม่ชัดเจน
ฝ่ายค้านจวก"นโยบายศึกษา-สังคม" ไร้รูปธรรมวางคนไม่ตรงกับงาน ชี้หลายประเด็นยังสับสนไม่ชัดเจน
การประชุมรัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา176 ของรัฐธรรมนูญเป็นวันที่สองเป็นไปอย่างราบรื่นโดยตอนนี้เป็นการสลับกันขึ้นอภิปรายระหว่างสส.และส.ว.เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในด้านการศึกษาซึ่งฝ่ายค้านมีความเห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนและไม่มีทิศทางในการดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมได้
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.ศึกษาธิการ กล่าว่าว่า นโยบายด้านสังคมของรัฐบาลชุดนี้เหมือนเป็นนโยบายแก้บนหาเสียงไม่บูรณาการ และรัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ความสำคัญในการมอบหมายงานให้รัฐมนตรีเพราะวางคนไม่ตรงกับงานอย่างนพ. สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ แทนที่จะดูกระทรวงสาธารณสุขก็ไปเป็นรมต.สำนักนายกฯ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เชี่ยวชาญด้านรับเหมาก่อสร้างก็ไปดูกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายชินวรณ์ อภิปรายอีกว่า เป็นห่วงนโยบายปรับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) เป็นกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ว่าจะไปเอาเงินตรงไหนมาใช้ในการกองทุน และที่บอกว่าคนรวยก็กู้ยืมเงินเรียนได้จริงหรือไม่ แล้วรัฐบาลได้มีการเตรียมการอย่างไรในเรื่องนี้ ส่วนนโยบายแจกแท็บเล็ตให้เด็กป. 1 นั่น จริงๆแล้วหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือเราต้องสร้างคือบัณฑิตยุคใหม่ หัวใจก็คือครู รัฐบาลที่ผ่านมาจึงได้อนุมัติเห็นชอบให้ขึ้นเงินเดือนครู 13 % และมีการพัฒนาครูเป็นสายวิชาชีพเชียวชาญ แต่รัฐบาลนี้จะยกเลิกครูพันธุ์ใหม่ อยากให้ตอบให้ได้ว่าแล้วเราจะพัฒนาครูอย่างไร
นายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายนโยบายด้านการศึกษาโดยได้ตำหนิ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.ศึกษาธิการว่า จะมีวิสัยทัศน์ในการปฏิรูปการศึกษาขนาดไหนเพราะก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ปรากฎว่ามีการสั่งให้เปลี่ยนสีพรหมทางเข้าห้องทำงานจากสีชมพูเป็นสีแดง โดยใช้เงินประมาณ 2-3 ล้านบาท แทนที่จะเอาเงินจำนวนนี้ไปสร้างโรงเรียนได้ถึง 1 แห่ง หรือเอาไปเป็นทุนอาหารกลางวันเด็ก และนมโรงเรียนจะดีกว่า
นายประกอบ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีความสับสนในนโยบายหลายด้าน เช่นเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 15,000 บาท ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะครอบคลุมผู้จบการศึกษาในระดับอาชีวะศึกษาหรือเทียบเท่าหรือไม่ เพราะถือว่าเป็นความเลื่อมล่ำและปฏิบัติไม่เท่าเทียมกัน เช่นเดียวกับการจัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ ในวงเงินประมาณ 1 พันล้านบาท ให้กับสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการสนับสนนุสร้างผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่กระทรวงศึกษาฯ จะดำเนินการได้หรือไม่ และจะแน่ใจได้อย่างไรว่าการตั้งกองทุนดังกล่าวจะสามารถไปสร้างอาชีพได้จริง
"ที่น่ากลัวที่สุดคือการให้สัมภาษณ์ของ รมว.ศึกษาฯว่า จะยกเลิกระบบวิทยฐานะให้กับครู ซึ่งจากเดิมที่ประเมิณโดยฝ่ายวิชาการของภาคราชการ แต่จะเปลี่ยนเป็นให้ผู้ปกครองประเมิณแทน แนวคิดนี้จะส่งผลเสียอย่างรุนแรง จะทำให้ครูวิ่งเข้าหาผู้ปกครองมากกว่าจะผลิตผลงานทางวิชาการออกมาเพื่อพัฒนาระบบการศึกษา จึงอยากขอความชัดเจนจากรัฐบาล เพราะจะกระทบต่อกำลังใจของครูทั่วประเทศ" นายประกอบกล่าว
นายกนก วงษ์ตระงห่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายจัดหาแทบเล็ตพีซีให้นักเรียนในชั้นประถมปีที่ 1 เป็นเรื่องไม่ถูกต้องเพราะยังเป็นป1.เป็นระดับชั้นที่ต้องการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน การให้แทบเล็ตที่ใช้มือสัมผัสในการอ่านการเขียนจึงไม่ช่วยพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน เด็กในชั้นนี้ต้องการครูมากกว่าต้องการแทบเล็ต ผลเสียที่ตามมาคือผลกระทบกับพัฒนาการทางสายตาและการมองเห็น ปัญหาสิ่งยั่วยวนทางอินเทอร์เน็ตที่จะมีต่อเด็กอายุ 6 ปีที่ยังไม่มีความสามารถในการกลั่นกรองสิ่งที่พบในโลกอินเทอร์เน็ต ปัญหาเหล่านี้จะส่งผลกระทบกับโรงเรียนและสังคมไทยในที่สุด
"อนาคตเด็กนอกจากจะติดเกมจะติดแทบเล็ตเพราะมีโอกาสใช้แทบเล็ตเล่นเกมได้ตลอดเวลา หากจำเป็นต้องแจกแทบเล็ตตามที่หาเสียงควรแจกกับเด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีความพร้อมจะเหมาะสมกว่า ประเด็นสำคัญเนื้อหาที่จะใช้ในแทบเล็ตยังไม่มีใครทำ การปฏิบัตินโยบายโดยการอบรมครูเพื่อการสอนโดยใช้แทบเล็ตจะทำอย่างไร ถ้าครูไม่พร้อมจะทำอย่างไร และความไม่พร้อมของโรงเรียนในชนบทที่ไม่พร้อมเรื่องอินเทอร์เน็ตไร้สายจะทำอย่างไร หากทำต่อไปเกรงว่าจะเกิดการมี 2 มาตรฐานเกิดขึ้นกับเด็กในชนบท" นายกนกกล่าว







