
กกต.แจกใบแดง"บุญจง"
กกต.มีมติให้ใบแดง บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ กรณีจัดเลี้ยงเลือกตั้งซ่อมเขต6 โคราช ส่งศาลฎีกาตัดสิน
กกต.มีมติให้ใบแดง บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ กรณีจัดเลี้ยงเลือกตั้งซ่อมเขต6 โคราช ส่งศาลฎีกาตัดสิน
นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้ใบแดงย้อนหลัง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย จ.นครราชศรีมา กรณีจัดเลี้ยงในวันเลือกตั้งซ่อมเขต 6 จ.นครราชศรีมา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2553 โดยกกต.จะส่งเรื่อง ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตัดสินต่อไป ซึ่งหากศาลพิจารณาตัดสินไปในทิศทางเดียวกับ กกต. ก็จะ ส่งเรื่องต่อไปยังประธานสภาฯทำคำร้งถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาสมาชิกภาพของนายบุญจงต่อไป
ทั้งนี้นายบุญจงมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารภายในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งหากศาลตัดสินให้มีความผิดก็อาจจะนำไปสู่การยุบพรรคได้
อนึ่งกรณีของนายบุญจงที่กกต.ให้ใบแดง เป็นกรณีที่เป็นการเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งที่ 6 (เดิม) จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2553 ที่ผ่าน และนายบุญได้รับเลือกตั้งเข้าอีกครั้ง แต่มีการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดเลี้ยง ซึ่งกกต.ได้มีการพิจารณาสำนวนการร้องเรียน แต่กกต.ได้มีการกระกาศรับรองนายบุญจงให้เป็นส.ส.ไปก่อน จากนั้นจึงได้มีการพิจารณาสำนวนร้องเรียนดังกล่าวต่อกระทั่งมีมติให้ใบแดง
ทั้งนี้ตามขั้นตอนกฎหมาย การให้ใบแดงของกกต.ในครั้งนี้ จะต้องส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตัดสิน เนื่องจากเป็นการพิจารณาหลังการรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว และเมื่อศาลฎีกาได้มีคำสินว่านายบุญได้ทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง อาจส่งผลให้นายบุญจงถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ทำให้นายบุญจงพ้นจากสมาชิกภาพความเป็นส.ส.
ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายบุญจง ถูกตัดสินให้ใบแดงจากกรณีการทุจริตการเลือกตั้งซ่อมปี 2553 ว่า ต้องศึกษาข้อกฎหมายว่าจะเกี่ยวข้องกับสภาชุดนี้อย่างไร ทั้งนี้ ต้องรอให้กกต.ส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้วินิจฉัยคำสั่งของกกต.ว่าศาลมีความเห็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม พรรคยังไม่ได้มีการหารือว่าจะต่อสู้คดีในประเด็นใดบ้าง นอกจากนี้ นายบุญจง ยังไมได้ชี้แจง หลังจากนี้พรรคจะมีการประชุมทีมกฎหมาย เพื่อต่อสู้คดีต่อ ซึ่งเชื่อว่านายบุญจงได้ยืนยันว่าไม่ได้กระทำอย่างที่ถูกกล่าวหา
"สำหรับรัฐธรรมนูญปี 2551 มาตรา 237 ได้มีการบัญญัติไว้ว่า ถ้าผู้ใดกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง กรรมการหรือหัวหน้าพรรคทราบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ก็จะมีการยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เป็นคนละเรื่อง ต่างกรรมต่างวาระซึ่งพรรคภูมิใจไทย เชื่อในกระบวนการยุติธรรม และเคารพในคำวินิจฉัยของกกต."นายศุภชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่ถึงขั้นที่ต้องเตรียมพรรคสำรองไว้ หากมีคำวินิจฉัยยุบพรรค ทั้งนี้ ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีสส.ประสงค์จะย้ายออกจากพรรคภูมิใจไทย







