
แจ้งจับจ่ายเช็คเด้งกว่า13ล้าน
โร่แจ้งความกองปราบตามจับนักธุรกิจหญิงจ่ายเช็คเด้งผู้เสียหายกว่า 40 รายมูลค่า 13 ล้านบาท
โร่แจ้งความกองปราบตามจับนักธุรกิจหญิงจ่ายเช็คเด้งผู้เสียหายกว่า 40 รายมูลค่า 13 ล้านบาท
ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายธนกฤต ประดิษฐ์แสงรังสี พนักงานบริษัท เอ็มเค โพลีเอสเตอร์ เรซิ่น จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 188 ซอยเพชรเกษม 63 แขวง/เขตบางแค กทม.พร้อมด้วยผู้เสียหายซึ่งเป็นทั้งเจ้าของและตัวแทนบริษัทซึ่งประกอบการจำหน่ายสินค้าชนิดต่างๆ รวม 5 ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุม นางสุธาสินี เพชรเปี่ยมสุข เจ้าของร้านเอสทีเอ็น คอนสตรัคชั่น จำกัด เลขที่ 327/1-3 ถนนเศรษฐกิจ ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.สมุทรสาคร ที่ 205-207 และ 225/2554 ข้อหาฉ้อโกงทรัพย์และความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค
นายธนกฤต กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา นางสุธาสินีได้โทรศัพท์ติดต่อมาที่บริษัทของตน เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าประเภทเรซิ่น กระทั่งมีการตกลงซื้อขายสินค้าดังกล่าวเป็นมูลค่ารวม 3.5 แสนบาท ตนจึงส่งใบสั่งซื้อสินค้าทางโทรสาร และมีการตกลงซื้อขายพร้อมกับนำสินค้าไปส่งให้ที่ร้านของผู้ต้องหา จากนั้นทางผู้ต้องหาได้สั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระค่าสินค้าแทนเงินสด กำหนดขึ้นเงินกับธนาคารในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แต่เป็นช่วงเวลาที่ธนาคารปิดทำการในวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ เมื่อพ้นช่วงดังกล่าวแล้วจึงพบว่าเช็คขึ้นเงินไม่ได้
นายธนกฤต กล่าวต่อว่า ภายหลังเกิดปัญหาทางบริษัทฯ ได้ติดต่อไปยังผู้ต้องหาแต่ก็ติดต่อไม่ได้ และเมื่อเดินทางไปยังร้านดังกล่าวก็พบว่าปิดทำการโดยผู้ต้องหาหลบหนีไปแล้ว อย่างไรก็ดี ตนได้พบเจ้าของอาคารที่เคยถูกใช้เป็นหน้าร้านของผู้ต้องหา ทราบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกฉ้อโกงเช่นเดียวกับตนและได้เดินทางมาตามตัวผู้ต้องหาแต่ก็ไม่พบเช่นกัน ต่อมาจึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจท้องที่ ซึ่งหนึ่งในผู้เสียหายที่แจ้งความไว้แล้ว ได้ออกติดตามแหล่งรับซื้อขายสินค้า จนพบสินค้าของบริษัทผู้เสียหายบางรายในโรงขายเหล็ก พื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา
“ผมเชื่อว่าน่าจะมีผู้กระทำผิดร่วมกับผู้ต้องหาด้วยและขบวนการนี้จะใช้วิธีการคล้ายๆ กัน คือ เปิดร้านขึ้นจริงแต่พอผู้เสียหายรายใดหลงเชื่อส่งสินค้าให้แล้วก็จ่ายเช็คเด้ง ก่อนจะปิดร้านหลบหนีไป ส่วนผู้ต้องหาก็ทราบว่าได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลไปมาหลายครั้ง และเท่าที่ทราบข้อมูลขณะนี้มียอดผู้เสียหายถึง 44 ราย มูลค่าเสียหายประมาณ 13 ล้านบาท”นายธนกฤต กล่าว







