
ต้องสร้างมาตรฐาน
กลายเป็นข่าวคราวครึกโครม และเป็นกรณีที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งของประชาชนคนไทย
กลายเป็นข่าวคราวครึกโครม และเป็นกรณีที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งของประชาชนคนไทย
เกี่ยวกับคุณธรรมและแนวปฏิบัติของสถาบันการเงินในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ
เมื่อจู่ๆ น.ส.บุษกร กองสงฆ์ ได้เข้าร้องเรียนผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคว่า ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้ในโครงการบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2553 ซึ่งธนาคารได้ผ่อนผันการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน แต่เมื่อสิ้นสุดโครงการปรากฏว่า ธนาคารแจ้งว่า มีภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการพักชำระเงินต้น 4.84 แสนบาท คิดเป็นดอกเบี้ย 1.4 หมื่นบาท ไม่ได้พักหนี้ พักดอกเบี้ยแต่อย่างใด
ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในจุดนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญของสังคมที่เชื่อได้ว่า ในอนาคตน่าจะมีผู้ประสบภัยธรรมชาติอีกมากมายหลายคนจะเข้าใจผิดกับมาตรการบรรเทาผลกระทบเหล่านี้ เพราะคนทั่วไปไม่รู้การพักหนี้ พักดอกนั้น ธนาคารยังคิดดอกเบี้ยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เมื่อเป็นเช่นนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีระเบียบมาตรฐาน และแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อชี้แจงต่อลูกหนี้ที่ธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือเกื้อกูลในยามตกทุกข์ได้ยาก
สถาบันการเงินของรัฐต้องยอมรับว่า ผู้ที่เดือดร้อนส่วนใหญ่ก็เป็นเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ที่ไม่ประสีประสาในเรื่องทางการเงินมากนัก คนเหล่านี้รับทุกข์อยู่แล้วจากการถูกภัยธรรมชาติคุกคามทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน ที่ดินทำกิน จึงมีความคาดหวังว่า หน่วยงานของรัฐที่ยื่นมือมาช่วยเหลือจะช่วยให้ฟื้นตัวจริงๆ จังๆ
จึงน่าจะถึงเวลาที่กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกันในการสร้างมาตรฐานในการออกมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยของสถาบันการเงินของรัฐให้ชัดเจน
ต้องกล้าที่จะประกาศว่าพักหนี้คืออะไร ลดดอกเบี้ยคืออะไรเพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการเลี่ยงบาลี หรือสร้างความเข้าใจผิดจากผู้ประสบภัยที่เดือดร้อน เพราะเรื่องภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวคนไทยอีกต่อไปแล้ว
นอกจากนี้ ต้องสร้างตัววัดประสิทธิภาพการทำงานของสถาบันการเงินของรัฐ โดยนำเอาการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมเข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วย
ขณะที่สถาบันการเงินของรัฐก็ควรตระหนักว่า หน่วยงานของรัฐควรมีส่วนสำคัญในการพลิกฟื้นเยียวยาผู้ที่เดือดร้อนในสังคมแทนที่รัฐบาลด้วย ไม่ใช่เป็นเพียงองค์กรที่มุ่งแสวงหากำไรแต่เพียงอย่างเดียว
ถ้าทุกอย่างยึดโยงเป็นแนวเดียวกันสังคมไทยก็จะอยู่กันอย่างมีความสุข







