
แม้วเสนอ4เสาหลักพัฒนาประเทศ
ทักษิณเปิดแถลงข่าวกับสื่อต่างชาติ เสนอ4เสาหลักพัฒนาประเทศ ย้ำผลักดันนโยบายค่าแรงเพื่อช่วยเหลือคนยากจน
ทักษิณเปิดแถลงข่าวกับสื่อต่างชาติ เสนอ4เสาหลักพัฒนาประเทศ ย้ำผลักดันนโยบายค่าแรงเพื่อช่วยเหลือคนยากจน
เว็บไซต์วอยซ์ทีวีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 ส.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปพบ นายชินโสะ อาเบะ อดีตนายกฯญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ที่โรงแรม อิมพีเรียล โดยทั้งสองได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองโลก
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ประชาธิปไตยในประเทศไทย" ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศญี่ปุ่โดยระบุว่า แนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ไม่ใช่การกระตุ้นการบริโภค แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในผ่านโครงการขนาดใหญ่ หรือ เมกะโปรเจกต์ รวมทั้งขอเสนอให้ใช้ 4 เสาหลักในการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้แก่ ประชาธิปไตย กฎหมายที่ดี การมีเสรีภาพทางความคิดเห็น เศรษฐกิจที่ดี
"ประชาธิปไตยที่ขาดวุฒิภาวะทางหลักนิติธรรม จะก่อให้เกิดความวุ่นวายอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่สร้างและขยายโอกาสให้ประชาชนได้ทำหาหากิน เลี้ยงตัวเอง ที่ย่อมนำไปสู่ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง โดยประชาธิปไตยในโลกแห่งความเป็นจริง ต้องมีเสรีภาพในการแสดงออก หลักนิติธรรม และเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ นั่นคือ สี่เสาหลักสำคัญของรัฐแห่งยุคสมัยใหม่"พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
ขณะที่การสร้างความปรองดองในประเทศไทยนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คปอ.) แต่เห็นว่า จำเป็นต้องมีการปฎิรูปกฎหมาย ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ ในการค้นหาความจริง ในกรณีช่างภาพญี่ปุ่นถูกยิงเสียชีวิต รวมทั้งผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก พร้อมทั้งเห็นว่า ผู้สั่งการของทุกหน่วยงาน ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม จะต้องมีส่วนรับผิดชอบ
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า การที่พรรคเพื่อไทยผลักดันนโยบายปรับขึ้นค่าแรง เนื่องจากต้องการให้คนไทยที่มีฐานะยากจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมยอมรับว่า นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แต่ก็จะช่วยให้แรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตามมีสื่อมวลชนได้ถามถึงนโยบายด้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องให้ความรู้กับประชาชน รวมทั้งมีเอ็นจีโอจำนวนมากที่คัดค้าน ทำให้ไทยยังไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่อย่างไรก็ตามไทย จะต้องมีแผนการบริหารนโยบายพลังงานในอนาคต
ยืนยันไม่ต้องการสร้างปัญหาใดๆ
อย่างไรก็ตามพ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่า การเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นไปด้วยเหตุผลส่วนตัว และเตรียมตัวลงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากสึนามิโดยต้องการช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยช่วยเหลือประชาชนไทยเมื่อครั้งที่ประสบกับภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ
"ผมรู้สึกมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ฟูกุชิมา"พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ต้องการสร้างปัญหาใดๆ อีก โดยต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวอีกว่า ตนเองยินดีติดคุกหากกระทำความผิดจริง แต่ความผิดที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดนี้ ล้วนมีเหตุจูงใจทางการเมืองทั้งสิ้น







