
สภาการหนังสือพิมพ์ฯรับรองผลสอบอีเมลฉาว
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. สุนทร จันทร์รังสี รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. สุนทร จันทร์รังสี รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เพื่อรับทราบรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการส่งอีเมลของนักการเมืองระบุการให้เงินและผลประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ได้ออกแถลงการณ์กรณีมีหนังสือพิมพ์ที่เป็นองค์กรสมาชิกบางแห่งได้ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการดังกล่าวในหลายประเด็น
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวสามารถทำได้ แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงความจริง และภาระหน้าที่ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ซึ่งได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ ไปดำเนินการตามธรรมนูญข้อที่ 21 (2)
รายงานการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงได้ผ่านการรับรองของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติแล้ว แต่ผลการวินิจฉัยในเรื่องนี้ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด องค์กรสมาชิกหรือผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องสามารถอุทธรณ์ หรือโต้แย้งได้ภายในระยะเวลา 20 วันนับแต่ได้รับทราบรายงาน ทั้งนี้ตามธรรมนูญข้อที่ 22 ซึ่งระบุว่า
“หากมีการอุทธรณ์คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จะต้องตั้งคณะกรรมการรับอุทธรณ์ขึ้นมาพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่คณะกรรมการรับอุทธรณ์จะรายงานผลการพิจารณาให้คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติพิจารณาในขั้นสุดท้ายต่อไป” สุนทร กล่าว
สุนทร กล่าวอีกว่า การพิจารณาของคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ ได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่รายงานการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ จะเป็นเพียงรายงานเบื้องต้นประกอบการวินิจฉัยในขั้นสุดท้าย ทั้งนี้องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้เป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ถึง 3 คน ส่วนอีก 2 คนที่เป็นกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ก็เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมี บัญญัติ ทัศนียะเวช สื่อมวลชนอาวุโสและอดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์ฯ รวมอยู่ด้วย
นอกจากนี้ ด้วยเจตนารมณ์ที่จะทำให้การสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปโดยอิสระ ปราศจากข้อคลางแคลงจากสาธารณชนที่เฝ้าจับตามองการทำหน้าที่ของสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ซึ่งเมื่อดูองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ ที่คัดเลือกโดยกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ แล้ว คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ เชื่อได้ว่า คณะอนุกรรมการทำหน้าที่โดยปราศจากอคติ และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว
“การนำเสนอข่าวในทำนองที่ต้องการลดความน่าเชื่อถือของคณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องฯ เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เนื่องจากทุกท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่เสียสละเวลามาทำงานให้สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เพื่อช่วยขจัดข้อสงสัยทางจริยธรรมที่สังคมกำลังเคลือบแคลงต่อองค์กรสมาชิกและผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่ถูกกล่าวหา” สุนทร กล่าว







