
หวังดันไทยผู้นำแพทย์ดั้งเดิมในอาเซียน
สธ.เตรียทมเพิ่มหน้าพัฒนาองค์ความรู้แพทย์แผนไทยหวังดันขึ้นแท่นผู้นำแพทย์ดั้งเดิมในอาเซียน
สธ.เตรียทมเพิ่มหน้าพัฒนาองค์ความรู้แพทย์แผนไทยหวังดันขึ้นแท่นผู้นำแพทย์ดั้งเดิมในอาเซียน
นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เตรียมพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์ดั้งเดิมหรือการแพทย์แผนไทยของประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านการแพทย์ดั้งเดิมในภูมิภาคอาเซียน ภายในปี 2558 เนื่องจากมั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านวิชาการ บุคลากร หมอพื้นบ้าน และมีสมุนไพรจำนวนมาก อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องระดมการมีส่วนร่วมจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน บูรณาการเข้ากันเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ
นายวิทยา กล่าวว่า ในปี 2554 ประเทศไทยบรรจุยาสมุนไพรเข้าในรายการยาบัญชียาหลักแห่งชาติถึง 71 รายการ หน่วยบริการสามารถเบิกจ่ายเพื่อรักษาคนไข้ได้ พร้อมกันนี้จากผลการติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์แผนไทยล่าสุดเมื่อปี 2552 พบว่า ประเทศไทยมีการขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณแล้ว 12,025 ตำรับ โดยสถานพยาบาลสังกัดสธ.มีการใช้ยาสมุนไพรมูลค่ารวม 391 ล้านบาท หรือประมาณ 2% ของยาแผนปัจจุบันซึ่งใช้ประมาณปีละกว่า 2 หมื่นล้านบาท
สำหรับบริการการแพทย์แผนไทย ขณะนี้มีสถานพยาบาลภาครัฐให้บริการทั้งหมด 2,521 แห่ง มีผู้รับบริการทั้งหมดกว่า12 ล้านคน หรือ 10% ของผู้รับบริการทั้งหมด โดย 59% ใช้ยาสมุนไพรรักษา และอีก 35% เป็นการนวดเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและเพื่อการรักษา
พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ในวันที่ 31 ส.ค. - 4 ก.ย.นี้ จะมีการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 8 ณ อาคาร 7 – 8 อิมแพคเมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการประชุมวิชาการด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก นิทรรศการยาไทย ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ บริการตรวจสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย แผนจีน และแพทย์ทางเลือก
พร้อมกันนี้ยังมีการจัดอบรมระยะสั้น อาทิ การทำลูกประคบ สีผึ้งสมุนไพร แชมพูและยาสีฟันสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สปา การทำชันตะเคียน การนวดตนเอง การกดจุดบำบัด การนวดเด็กแบบจีน และโยคะเพื่อการพึ่งตนเอง มีการแนะนำสูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งภายในงานจะมีสูตรและวิธีการทำการปรุงยาสมุนไพร เช่น ยาดอง







