posttoday
สุชาติจี้รบ.อย่าพริ้วประชานิยม

สุชาติจี้รบ.อย่าพริ้วประชานิยม

22 สิงหาคม 2554

สุชาติจี้รมว.คลัง ทีมเศรษฐกิจทำนโยบายตามที่หาเสียงไม่ควรเปลี่ยนแปลงเพราะจะเป็นการหลอกประชาชน

สุชาติจี้รมว.คลัง ทีมเศรษฐกิจทำนโยบายตามที่หาเสียงไม่ควรเปลี่ยนแปลงเพราะจะเป็นการหลอกประชาชน

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไไทย (พท.)กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล โดยเฉพาะนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง
ควรเร่งให้ความชัดเจนการทำนโยบายตามที่พรรค พท. หาเสียงไว้ไม่ว่าจะเป็นนโยบายบ้านหลังแรก ที่พรรคกำหนดรายละเอียดไว้ตอนหาเสียงจะให้สินเชื่อ 0% เป็นเวลา 5 ปี และให้นำราคาบ้านมาลดหย่อนภาษีได้ 5แสนบาทต่อปี เป็นเวลา 5 ปี

นอกจากนี้ นโยบายรถคันแรก พรรคกำหนดไว้ว่าให้คืนภาษีสรรพสามิตทั้งหมด สำหรับรถยนต์ที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาททำให้คนซื้อรถจะได้คืนภาษีสูงสุดคันละ 2 แสนบาท ไม่ใช่กำหนดคืนภาษีแค่ 1แสนบาท เพราะตอนหาเสียงพูดไว้ชัดว่าจะคืนภาษีสรรพสามิตสำหรับคันแรกที่ราคาไม่เกิน1 ล้านบาท

สำหรับการคืนภาษี ก็จะกำหนดทยอยคืนให้ 5 ปีโดยเมื่อผู้ซื้อรถไปต่อทะเบียนก็จะได้รับคูปองคืนภาษีโดยที่รัฐบาลต้องตั้งงบประมาณมาจ่ายคืนให้กับผู้ซื้อรถ
เพราะจะป้องกันการสวมสิทธิหากผู้ซื้อถือครองรถไม่ถึง 5 ปีก็ไม่ได้คืนภาษี และต้องคืนในส่วนที่ได้รับไปก่อนหน้าคืนด้วย

นายสุชาติ กล่าวว่า นโยบายรถคันแรกนอกจากมีประโยชน์กับผู้ซื้อรถคันแรกยังมีประโยชน์ผู้มีอาชีพขับรถแท็กซี่ที่อยากมีรถเป็นของตัวเองซึ่งราคารถแท็กซี่อยู่ที่ประมาณ 8 แสนกว่าบาทจากนโยบายจะได้รับลดหย่อนภาษีถึง 2 แสนบาท ก็จะทำให้ซื้อรถจริงๆ แค่ 6แสนบาท เท่านั้น

"ผมเข้าใจ รมว.คลัง ยังสร้างความชัดเจนการทำนโยบายไม่ได้เพราะท่านไม่ได้เป็นคนทำ ส่วนผมและ นายโอฬาร ไชยประวัติที่เป็นคนทำนโยบาย ก็ไม่ได้ไปนั่งไปบริหาร แต่รัฐบาลต้องทำตามสัญญาที่หาเสียงเพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวังหรือว่ารู้สึกโดนหลอก" นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า ยังมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังและรัฐบาลควรเร่งดำเนินการ คือ การจำนำข้าว 1.5-2 หมื่นบาทต่อตันที่ต้องเริ่มภายในฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ที่จะถึงนี้และต้องรับจำนำข้าวทุกเม็ด ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลจะรับจำนำจริงประมาณ 30%ของผลผลิตเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะมีเอกชนเข้ามาแข่งซื้อกับรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายค่าแรง 300 บาท และ เงินเดือนปริญญาตรี 1.5หมื่นบาท ที่รัฐบาลต้องเริ่มดำเนินการวันที่ 1 ต.ค. 2554กับส่วนราชการทั้งหมด ก่อนที่จะให้ภาคเอกชนดำเนินการในวันที่ 1 ม.ค. 2554ซึ่งรัฐบาลจะช่วยโดยการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23%และยังให้ผู้ประกอบการนำรายจ่ายในส่วนเพิ่มค่าแรงและเงินเดือนมาหักลดหย่อยภาษีได้2 เท่าอีกด้วย

สำหรับนโยบายการยกเลิกกองทุยนน้ำมันรัฐบาลก็ต้องดำเนินการตามที่สัญญญาไว้ ทั้งในส่วนของน้ำมันเบนซินลิตรละ6-7 บาท และน้ำมันดีเซลลิตรละ 1.30 บาท เพราะราคาน้ำมันสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงการคลังควรต้องพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 5.80 บาทต่อลิตรที่จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2554 นี้ ออกไปอีกประมาณ 3-6 เดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อให้ราคาน้ำมันดีเซลถูกลงจริงเพราะหากไปเก็บภาษีน้ำมันดีเซลจะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลแพงขึ้นว่าเดิมแม้จะมีการยกเลิกกองทุนน้ำมันซึ่งจะทำให้นโยบายยกเลิกกองทุนน้ำมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายธีระชัย ได้แถลงข่าวว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอีบยดนโยบายตามที่พรรค พท. หาเสียงไว้ และเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังเพราะยังสรุปไม่ได้ และอาจมีการเปลี่ยนแปลง และต้องเสนอให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจว่าจะดำเนินการแบบไหน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท