posttoday
รร.ตำรวจนอกเวลา ศาสตร์ใหม่ตำรวจไทย

รร.ตำรวจนอกเวลา ศาสตร์ใหม่ตำรวจไทย

22 สิงหาคม 2554

อดีตนายตำรวจใหญ่ 2 นาย และหัวหน้าวิทยาลัยตำรวจของสหรัฐอเมริกา

อดีตนายตำรวจใหญ่ 2 นาย และหัวหน้าวิทยาลัยตำรวจของสหรัฐอเมริกา

ถูกดึงมาเป็นที่ปรึกษาในการจัดทัพการเรียนรู้ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หลังจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.เล็งเห็นว่าถึงเวลาที่ตำรวจต้องปรับตัวให้เท่าทันกับอาชญากรรมสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยการเรียนรู้ศาสตร์ใหม่ๆ ของตำรวจในโลกตะวันตกตามนโยบาย “ตำรวจกลับหลังหัน” นั่นจึงเป็นที่มาของการคลอดโครงการ “โรงเรียนตำรวจนอกเวลา” (Extra Learning Police School) ที่กำลังเริ่มขับเคลื่อนแล้ว

รร.ตำรวจนอกเวลา ศาสตร์ใหม่ตำรวจไทย

William W. Tode อดีตผู้บัญชาการตำรวจมิชิแกน Patrick C.Tode อดีตผู้บริหารตำรวจชิคาโก และ Lennie Rutka หัวหน้าวิทยาลัยตำรวจชิคาโกถูก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ดึงมาเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำตำราและรวบรวมประสบการณ์ เพื่อถอดแบบออกมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ บช.ก.

เขาเชื่อว่าที่ผ่านมาตำรวจต้องพัฒนาและปรับตัว โดยใช้ตำราของโรงเรียนตำรวจนอกเวลาเป็นเข็มทิศ ซึ่งนับเป็นการพัฒนาบุคลากรตำรวจอย่างถูกวิธี ตามแนวทางของตำรวจในศตวรรษที่ 21

“ตำรวจที่เก่งไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์หรือโชคชะตา ใครจะเป็นตำรวจที่เก่งที่ดีได้ ต้องรู้จักศึกษาหาความรู้และหมั่นฝึกฝน” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ บอกถึงความเชื่อของเขาที่เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ตำรวจจะต้องเข้าห้องเรียนเคาะสนิมอีกครั้ง เพื่อทำในสิ่งที่ตำรวจไทยยังไม่เคยปฏิบัติ หรือปฏิบัติผิดมาโดยตลอด

การพัฒนาตำรวจครั้งนี้ก็เพื่อรองรับการที่ตำรวจไทยต้องเข้าร่วมกับประชาคมอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้านี้ แต่หากรอให้ระดับนโยบายอนุมัติคงไม่ได้ จะติดกับกรอบกฎหมาย และไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จึงตัดสินใจเชิญนายตำรวจของอเมริกาทั้ง 3 นายมาเป็นที่ปรึกษา เพราะเป็นที่ยอมรับของตำรวจทั่วโลก และเคยทำงานร่วมกันมาก่อนสมัยที่ฝึกการสืบสวนอยู่ที่อเมริกา และแคนาดา

สำหรับคอนเซปต์ของการเรียนการสอนของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้ยึดนโยบายที่บอกว่า “เราสอนความเป็นจริงแห่งความเป็นตำรวจ เราถ่ายทอดวิชาตำรวจแท้ๆ โดยไม่ยัดเยียดความรู้” ซึ่งโครงการนี้ในขั้นแรกได้เชิญตำรวจทั้ง 3 นายมาร่วมค้นคว้าจากตำราตำรวจทั่วโลก ร่วมกับประสบการณ์ของนายตำรวจบางท่านและนักวิชาการ เมื่อได้รูปร่างออกมาแล้วก็นำมาถ่ายทอดให้กับนายตำรวจระดับรอง ผบช.ก. เพื่อให้แสดงความคิดเห็นในลักษณะของการระดมสมอง และนำความรู้ที่ได้ปรับให้เข้ากับสังคมไทย

เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงนำองค์ความรู้ที่ได้มาจัดพิมพ์เป็นตำรา โดยใช้ชื่อว่าโรงเรียนตำรวจนอกเวลา และจัดการเรียนการสอนเป็นลักษณะจากรุ่นสู่รุ่น คือ รอง ผบช.ก. ก็จะนำความรู้ที่ได้มาแลกเปลี่ยนถกเถียงกันกับนายตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) และ ผบก.ก็จะมาตั้งวงแลกเปลี่ยนกับตำรวจระดับรอง ผบก.

โดยจะถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้กันในทุกวันเสาร์ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเวทีถ่ายทอดความรู้ของระดับรอง ผบก. ให้กับตำรวจระดับผู้กำกับการ (ผกก.) จากนั้นก็จะไล่ไปเรื่อยๆ ตามลำดับ จนถึงตำรวจระดับชั้นประทวน

“ตำรวจทุกคนควรจะต้องได้เรียนตามหลักสูตรนี้ เพราะเหมือนเป็นการระดมสมองจากทุกคน นำปัญหามาถกกันถึงทางออก ผมเชื่อว่าวิธีการนี้จะเปลี่ยนแปลงตัวตำรวจเอง รวมทั้งการทำงานได้ดียิ่งขึ้น” พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ บอก และเห็นว่าการจับกุมผู้ต้องหานั้นไม่ใช่การแก้ปัญหา ทางที่ดีคือการป้องกันอาชญากรรมไม่ให้เกิดขึ้น

รร.ตำรวจนอกเวลา ศาสตร์ใหม่ตำรวจไทย

ขยายความถึงตำราโรงเรียนตำรวจนอกเวลาว่า นายตำรวจที่ก้าวเข้าสู่โครงการนี้จะได้รับการเรียนรู้ทั้งสิ้น8 วิชาหลัก เน้นที่การป้องกันอาชญากรรม การหาความร่วมมือจากชาวบ้าน ทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจนกับทฤษฎีชุมชนสัมพันธ์ที่ตำรวจไทยใช้กันมาตั้งแต่ปี 2531 และไม่ได้ทำให้อาชญากรรมลดลง ทฤษฎีนี้ได้รับการยอมรับและถูกนำไปใช้แล้วทั่วโลก นั่นคือ ต้องให้ตำรวจและชุมชนทำงานร่วมกันเสมือนเป็น “หุ้นส่วน” เพื่อแก้ปัญหาของชุมชนนั้นๆ ซึ่งมีปัญหาแตกต่างกันไป

วิชาต่อมา คือ เทคนิคการรักษาชีวิตให้รอดในการปฏิบัติหน้าที่ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์ หรือยุทธวิธี รวมทั้งศึกษาถึงอุปกรณ์ใหม่ๆ

ถัดมาเป็นการสืบสวนสมัยใหม่ ที่นำวิชาการต่างๆ มาใช้ อาทิ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ ความรู้ด้านเหยื่อวิทยา ภูมิศาสตร์อาชญากรรม ลายเซ็นอาชญากร หรือร่องรอยของการก่ออาชญากรรม ซึ่งวิชาการใหม่ๆ เหล่านี้หลายอย่างตำรวจไทยไม่เคยถูกสอนมาก่อนอย่างเป็นระบบ เพียงแต่เป็นครูพักลักจำเท่านั้น

วิชาต่อมา คือ การนำตำรวจที่มีคุณภาพทั้งระบบ ว่าด้วยเรื่องการบริหารจัดการ และการนำองค์กรตำรวจในศตวรรษที่ 21 และสุดท้าย คือ การทุจริตและพฤติกรรมเบี่ยงเบนของตำรวจ คือการเรียนรู้การทุจริตทั้งระบบของตำรวจไทย ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตอำนาจ ทุจริตเวลา และทุจริตเงิน ทั้งนี้ก็เพื่อการป้องกันให้การทุจริตในวงการตำรวจลดลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับโครงการนี้จะใช้โลโก้เป็นรูปนกฮูกสวมหมวกตำรวจ หมายถึงความฉลาด และตำรวจที่ผ่านโครงการนี้อาจจะได้รับเข็มนกฮูกเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการจัดทำและดีไซน์ ก็ต้องรอดูความมุ่งมั่นของ ผบช.ก. ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่!!! 

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69