
เกษตรฯส่อถอยสร้างแก่งเสือเต้น
เกษตรฯเตรียมเสนอโครงการแก้ไขน้ำท่วมลุ่มน้ำยมทั้งระบบ เผยโอกาสเกิดมากกว่าแก่งเสือเต้น
เกษตรฯเตรียมเสนอโครงการแก้ไขน้ำท่วมลุ่มน้ำยมทั้งระบบ เผยโอกาสเกิดมากกว่าแก่งเสือเต้น
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จะเสนอแผนแก้ไขปัญหาน้ำในลุ่มน้ำยมทั้งระบบต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาว่า จะมีนโยบายอย่างไรเพื่อที่จะได้ให้กรมชลประทานเดินหน้าปฏิบัติตาม ซึ่งแผนดังกล่าว กรมชลฯได้ศึกษาโครงการที่เหมาะสมในลุ่มน้ำดังกล่าวไว้จำนวนมาก นอกจากโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นแล้ว ยังได้ศึกษาอีก 2 โครงการคือ โครงการเขื่อนแม่น้ำยมตอนบน และเขื่อนแม่น้ำยม ซึ่งทั้งสองเขื่อนที่ตั้งโครงการไม่มีคนอาศัยและกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เนื่องจากเป็นเขื่อนขนาดเล็กกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้น
ทั้งนี้ หากรัฐบาลเห็นด้วยก็จะได้ปรับงบประมาณปี 2555 ของกรมชลประทานเพื่อศึกษาความเหมาะสมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาประมาณ 2ปี หากไม่มีผลกระทบจะสามารถออกแบบและก่อสร้างได้แล้วเสร็จประมาณ 4-5 ปี
“ส่วนตัวเห็นว่า 2โครงการนี้น่าจะเหมาะมากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้น เพราะผลกระทบด้านสังคมน้อย และน่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนในจังหวัดลุ่มแม่น้ำยมลงได้ เพราะขณะนี้ปริมาณน้ำทั้งปี 4,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร(ลบ.ม.) หากไม่มีเขื่อนมาช่วยเก็บเลยน้ำท่วมทั้งก็จะท่วมซ้ำอย่างนี้ทุกปี แต่หากมี 2 เขื่อนเก็บน้ำได้ 666 ล้านลบ.ม. ก็จะเป็นเครื่องมือให้สามารถบริหารน้ำได้”นายธีระกล่าว
ทั้งนี้โครงการเขื่อนแม่น้ำยม จะอยู่ที่บริเวณบ้านอัมพวัน ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ ปริมาณกักเก็บน้ำได้500 ล้านลบ.ม. พื้นที่น้ำท่วม 2.1 หมื่นไร่ทั้งในเขตป่าอนุรักษ์โซนซีและอุทยานแห่งชาติ ไม่กระทบที่อยู่อาศัย แต่กระทบด้านที่ดินทำกิน 1.6 พันไร่ 422 ครัวเรือน ค่าโครงการ 9.2 พันล้านบาท
โครงการเขื่อนแม่น้ำยมตอนบน อยู่ที่บ้านดอนชัย ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กับน้ำได้ 166 ล้านลบ.ม. พื้นที่น้ำท่วม 1 หมื่นไร่ เป็นพื้นที่ป่าไม้รวม 7.8 พันไร่ ทั้งป่าอนุรักษ์โซนซีและอุทยานแห่งชาติ กระทบพื้นที่ทำกิน 3.4 พันไร่ 378 ครัวเรือน มูลค่าก่อสร้าง4.9 พันล้านบาท ในขณะที่เขื่อนแก่งเสือเต้น มูลค่า1.2 หมื่นล้านบาท พื้นที่น้ำท่วม4.1 หมื่นไร่
อย่างไรก็ตามนอกจากการสร้างเขื่อนแล้วกรมชลประทานยังได้วางโครงการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำสาขาอีกประมาณ 57 โครงการ จุน้ำได้ 540 ล้าน ลบ.ม. โดยเป็นโครงการที่มีรายละเอียดแล้ว 9 โครงการเก็บน้ำได้ 120 ล้านลบ.ม.
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาแหล่งน้ำ กรมฯจะเสนอปรับงบประมาณเพิ่มขึ้น จากเดิมที่รัฐบาลที่ผ่านมา อนุมัติงบประมาณปี 2555 ให้จำนวน 4.3 หมื่นล้านบาทกรมชลฯจะเสนอปรับเพิ่มในส่วนของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ระยะที่1และระยะที่ 2 วงเงินประมาณ 1.4 หมื่นบ้านบาท และโครงการอ่างเก็บห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ งบประมาณ 4.8 พันล้าน ซึ่งเป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติภายหลังที่มีการอนุมัติงบปี 55 ดังนั้นกรมชลฯจะเสนอขอปรับงบใหม่เพิ่มอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท







