
เอเชียตะวันออกโมเดล
แม้จีนและญี่ปุ่นจะเป็นคู่แข่งกันในเวทีมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกในวันนี้ แต่ในหน้าบทบรรณาธิการและความเห็นของหนังสือพิมพ์อาซาฮี ในญี่ปุ่น ฉบับวานนี้ หลิงซิงกวง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาวัฒนธรรม เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์จีนญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียว ได้สนับสนุนให้รัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าแนวคิดจัดตั้งประชาคมเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) ให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
วิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี ยูคิโอะ ฮาโตยามา ของญี่ปุ่น ต่อการจัดตั้งอีเอเอสนั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งจีนและสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทว่าแผนการที่ว่านี้ก็ยังขาดความชัดเจนในรายละเอียด ทำให้ความกระตือรือร้นที่จะมุ่งไปสู่เป้าหมายนี้เลือนรางลงไป
คำถามสำคัญที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ กรอบการทำงานของอีเอเอสควรเป็นอย่างไร
ในมุมมองของหลิงนั้น ญี่ปุ่นควรเสนอกรอบในรูปแบบของอาเซียนบวก 3 หรืออาเซียนกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งกรอบนี้จะช่วยเสริมความต้องการของญี่ปุ่น และยังช่วยสร้างรูปแบบใหม่ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออก
โมเดลเอเชียตะวันออกที่ว่านี้อาจซับซ้อนมากขึ้นและมีความเป็นสากลมากกว่ารูปแบบเดิมที่ญี่ปุ่นเคยมองเอาไว้
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้สร้างรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผสมผสานระหว่างการวางแผนจากส่วนกลางโดยรัฐบาลควบคู่ไปกับกลไกการตลาด หรือพูดอีกแง่ก็คือรัฐบาลนำเศรษฐกิจแบบระบบตลาด
รัฐบาลมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศหลังสงครามผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว ทั้งการออกแนวนโยบายและการวางนโยบายด้านอุตสาหกรรมและความมั่นคงทางสังคม ทว่านี่ก็ไม่ใช่รูปแบบที่รัฐบาลครอบงำเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะญี่ปุ่นก็ยังคงเดินตามหลักการพื้นฐานของระบบตลาดทุนอยู่
ความสำเร็จของเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้นเป็นการปรับรับรูปแบบมาจากไต้หวัน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ และยังประยุกต์สู่การวางนโยบายด้านเศรษฐกิจกับประเทศในอาเซียน รวมถึงจีน หลังจากที่ได้เริ่มการปฏิรูปและเปิดประเทศ ทว่าปัจจุบันรูปแบบนี้กำลังเริ่มล้าลงแล้วในยุคโลกาภิวัตน์ และถึงเวลาต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่ทิศทางใหม่ที่ดีขึ้น







