
เฉลิมเดือดสับแหลกเจ๊หน่อย ฉุนถูกเลื่อยเก้าอี้-ขวางลูกลงสส.
เพื่อไทยร้าวลึก หลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานสส.พรรค เปิดศึกกับสส.กทม. กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อย่างดุเดือด เนื่องจากที่ผ่านมาถูกคุณหญิงสุดารัตน์เลื่อยขาเก้าอี้มาตลอด
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวภายหลังการประชุมสส.พรรควานนี้ว่า ได้ขอลาออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่งภายในพรรคเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและกันข้อครหาต่างๆ ภายหลังจากที่มีการปล่อยข่าวในทางเสื่อมเสียเกี่ยวกับตนมาเป็นเวลานาน โดยเสนอให้ที่ประชุมโหวตเลือกกันใหม่ แต่ที่ประชุมได้เสนอให้กลับมารับทุกตำแหน่งเหมือนเดิมและไม่มีการเสนอชื่อคู่แข่ง
“
วันนี้ถือว่าผมเปิดหน้าชก ที่พรรคเพื่อไทยต้องยุ่งวุ่นวายทุกวันนี้ก็เพราะคุณหญิงสุดารัตน์คนเดียว นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็นั่งฟังอยู่ในที่ประชุม ก็ไม่เห็นพูดอะไร ผมไม่เคยคิดตั้งกลุ่มหรือจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยุติบทบาทกับพรรคเพื่อไทยเมื่อไหร่ก็เลิกเล่น ไม่มีไปตั้งกลุ่มการเมืองอะไรที่ไหนอีก”“
ผมยอมมานานเพราะเกรงใจท่านทักษิณและคุณหญิงพจมาน เกรงใจพรรค แต่พอยอมมากเข้าก็จะกลายเป็นว่าถูกกำไต๋ไว้ ผมเลยต้องพูดว่าวันนี้จะมาทะเลาะกันเองไปทำไม สู้กับประชาธิปัตย์มันง่ายนักหรือ สุดารัตน์เคยอภิปรายอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้างในชีวิตการเมือง พวกนี้มันเป็นแมว ท่านทักษิณเลี้ยงดีหน่อยลายเลยใหญ่แล้วคิดว่าตัวเองเป็นเสือ ลูกผม 3 คนก็เรียนจบปริญญาโทเท่าสุดารัตน์”“
ผมได้เสนอที่ประชุมแบ่งกทม.ออกเป็น 3 โซน คือ เหนือ ใต้ และฝั่งธนฯ แบ่งสส.โซนละ 12 คน เพราะประธานคนเดียวดูไม่ไหว โดยประธานทั้ง 3 โซนต้องขึ้นตรงกับพรรค ไม่มีกลุ่ม เรื่องนี้ต้องทำให้เร็วที่สุด ทางที่ดีต้องก่อนเลือกตั้ง ถ้าไม่มีคนดูฝั่งธนฯ ผมดูให้ก็ได้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวจากนั้นในช่วงค่ำ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวโจมตีคุณหญิงสุดารัตน์กับผู้สื่อข่าวอย่างดุเดือดว่า ชอบต่อสายถึงคอลัมนิสต์เพื่อให้มาโจมตีตน ระหว่างนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สส.กทม. และ น.ต.ศิธา ทิวารี คนสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ได้ลงลิฟต์มาเจอ ร.ต.อ.เฉลิม พอดี ร.ต.อ.เฉลิม จึงได้เรียกทั้งสองคนเข้ามาต่อว่าอย่างรุนแรงว่า
“
อนุดิษฐ์ มึงกับอนุสรณ์ ปั้นทอง สส.กทม. และศักดา คงเพชร สส.ร้อยเอ็ด มึงเป็นศัตรูกู เพราะให้สัมภาษณ์ด่ากูไว้ กูตัดหนังสือพิมพ์แปะไว้หมด มึงใกล้ชิดกับ “อี...” มากเกินไป พยายามสกัดไม่ให้ลูกกูลงเลือกตั้ง พยายามมาเปลี่ยนลำดับปาร์ตี้ลิสต์ไม่ให้กูลงเบอร์ 2 ไม่ให้ไอ้ตู่ลงเบอร์ 4 และเชียร์ไอ้มิ่ง (มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์) แต่สมัคร สุนทรเวช เขาไม่เอาด้วย ความจริง “อี...” มันควรสู้อย่างจาตุรนต์ ฉายแสง ไม่ใช่มาเล่นอย่างนี้ อนุดิษฐ์ พ่อมึงกับกูสนิทกัน ไม่ควรทำอย่างนี้ มึงเลือกข้างผิดแล้ว ต้องมาอยู่กับกู มึงยังมีอนาคตไกล”ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ ได้แต่ยืนรับฟังด้วยอาการเกร็ง สีหน้าแดงกล่ำ พูดได้แต่เพียงว่า ครับๆ ก่อนจะชี้แจงว่าไม่เคยให้สัมภาษณ์โจมตีท่าน และไม่เคยคิดร้ายกับท่าน ถ้าให้สัมภาษณ์จริงก็ยินดีจะกราบเท้าท่าน ด้านน.ต.ศิธา ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้พยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย โดยแก้ต่างแทนว่า
“ในที่ประชุมพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ ยังสนับสนุนให้พี่กล่าวเปิดและปิดการอภิปรายเลย จะด่าพี่ได้อย่างไร” พร้อมกับเข้าไปกอด ร.ต.อ.เฉลิม ให้หายเครียด จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม จึงกล่าวว่า “ปุ่นมึงยังดีที่ไม่ด่ากู เพราะมึงมองการณ์ไกล รู้ว่ากูจะเป็นใหญ่ ทั้งที่มึงก็เป็นเด็ก “อี...” เหมือนกัน”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ถ้าอนุดิษฐ์บอกว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์ก็จบ แต่กูตัดหนังสือพิมพ์เก็บไว้หมดที่ให้สัมภาษณ์
“ไอ้เห้...” มึงเป็นนายทหารสัญญาบัตร กูก็นายตำรวจสัญญาบัตร ต่างคนก็ต่างมีศักดิ์ศรี มึงเป็นนักบินสูงสุด อย่าไปหลงฟัง “อี...” มัน อย่ามาพูดโกหก กูรู้ว่า “อี...” ไปให้เสี่ยลาว (พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ สส.ศรีสะเกษ) มาตั้งกลุ่มสส. ชนกับกู คิดว่ากูไม่รู้เหรอ กูก็ฉลาดเหมือนกัน เพราะประชา (ประสพดี สส.สมุทรปราการ) ก็โทร.บอกกูเหมือนกันในช่วงท้าย น.ต.ศิธา พยายามคลี่คลายสถานการณ์ ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ ยืนนิ่ง ไม่ได้โต้เถียง โดย ร.ต.อ.เฉลิม ได้ตบไหล่ น.อ.อนุดิษฐ์ โดยย้ำว่า ถ้าไม่ได้พูดก็จบ แต่อามีหนังสือพิมพ์ตัดเก็บไว้หมด







