
ไอ้โม่งวางบึ้มปลอมข่มขู่ร.ร.อุดรฯ
มือบอนวางระเบิดปลอมป่วนโรงเรียนอุดรธานี คาดเป็นฝีมือโจ๋ไม่พอใจห้ามเข้าในเวลากลางคืน
มือบอนวางระเบิดปลอมป่วนโรงเรียนอุดรธานี คาดเป็นฝีมือโจ๋ไม่พอใจห้ามเข้าในเวลากลางคืน
เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิด(อีโอดี) ตชด.ที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี เข้าเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยคล้าย“วัตถุระเบิด” ได้นำมาไว้ที่ด้านหลังศาลาพิธี สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ที่เจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลนครอุดรธานี ได้นำเอาวัตถุต้องสงสัยเป็นวัตถุระเบิด ที่ไอ้โม่งนำไปวางไว้ที่บริเวณภายในโรงเรียนเทศบาล 6 ถ.อุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี ไปไว้ในวงล้อยางรถยนต์ 1 เส้น และเตรียมล้อยางรถยนต์ไว้เพิ่มอีก 2 เส้น โดยวัตถุดังกล่าวมีลักษณะทรวงกระบอก มีเหลี่ยมบ้างในบางส่วน ขนาดเท่ากับ “ห่อหมูยอขนาดใหญ่” พันด้วยเทปพันสายไฟฟ้าสีดำ มีสายไฟฟ้า และสาย ยูเอสบี. โผล่ออกมาจากด้านข้าง ใส่ไว้ในกระเป๋าสีน้ำตาลดำ แบบสะพายสภาพเก่า และมีเข็มกลัด ทูบี นัมเบอร์วันติดอยู่ด้านนอก
จากการสอบถามทราบว่า ผู้พบกระเป๋าใส่วัตถุคล้ายระเบิดคนแรก เป็นนักการภารโรงของ ร.ร.เทศบาล 6 ขณะจะไปทำความสะอาดที่ ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครอุดรธานี (โรงยิม) เพราะจะมีการขายทอดตลาด วัสดุ ครุภัณฑ์ ไม่ใช้แล้ว ของเทศบาลนครอุดรธานี ในเช้าวันนี้ ต่อมานำมามอบให้นายประพันธ์ พลแพงขวา ผอ.โรงเรียน เมื่อเปิดดูเห็นวัตถุภายใน ได้แจงให้นายอดุลย์ สมบูรณ์ หัวหน้าเทศกิจ เทศบาลนครอุดรธานี นำขึ้นหลักรถปิกอัพออกจากโรงเรียน เพราะมีนักเรียนอยู่จำนวนมาก มาไว้ที่สนามทุ่งศรีเมือง แล้วไปหาล้อยางรถยนต์มากันไว้
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิดรวม 4 นาย ได้เข้าทำการตรวจสอบ แล้วตัดสินใจตรวจสอบเก็บกู้ถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกใช้ปืนน้ำแรงดันสูงยิง ครั้งที่สองใช้เชื้อประทุจุดระเบิดด้วยไฟฟ้า และครั้งที่สามใช้จุดระเบิดด้วยชนวนดินปืน แรงระเบิดทำให้วัตถุที่คล้ายระเบิดแตกออก พบว่าภายในเป็นเพียง กล่องสแตนเรท 2 กล่อง คล้ายกล่องใส่บุหรี่สภาพใหม่ ใส่รวมอยู่กับหินภูเขาแบบเกล็ด ไว้ในกล่องใส่บะหมี่สำเร็จรูป พันด้วยเทปพันสายไฟฟ้าสีดำ โดยต่อสาย”ยูเอสบี”ออกมา และยังพบเศษหวีสีชมพูเล็กน้อย จึงไม่ใช้วัตถุนำมาประกอบเป็นระเบิดได้ ผู้ทำขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ก่อกวน
นายอิทธิพล ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี กล่าวว่า ไม่น่าจะเกิดจากกรณีขายทอดตลาด เพราะการขายทอดตลาดครั้งนี้ เป็นเศษวัสดุ ครุภัณฑ์ ของ สนง.เทศบาลนครอุดรธานี ที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ที่ทั้งถูกไฟไหม้ และถูกน้ำจากการดังเพลิง แต่น่าจะเกิดจากเดิมพื้นที่บริเวณนี้ มีผู้คนเดินทางเข้าออกทั้งกลางวันกลางคืน ทั้งที่เป็นสถานที่ราชการ เทศบาลเห็นว่าไม่ปลอดภัย จึงทำการงับประตู ไม่ได้ปิดประตู ในช่วงกลางคืน คงจะทำให้มีคนออกมาก่อกวน ซึ่งจะรอการสอบสวนของตำรวจ เพราะมีหลักฐานที่น่าจะตามหาที่มาอยู่บ้าง







