
หมอพรทิพย์ชี้พิสูจน์ดีเอ็นเอไม่ได้ว่าศพตายกี่ปี
หมอพรทิพย์ชี้พิสูจน์ดีเอ็นเอไม่ได้ว่าศพตายแล้วกี่ปี แจงกระดูกไม่ให้คำตอบถูกฆ่าที่ไหน-เมื่อไหร่-อย่างไร ติงระวังขว้างงูไม่พ้นคอ หากไม่ใช่ศพเสื้อแดง
หมอพรทิพย์ชี้พิสูจน์ดีเอ็นเอไม่ได้ว่าศพตายแล้วกี่ปี แจงกระดูกไม่ให้คำตอบถูกฆ่าที่ไหน-เมื่อไหร่-อย่างไร ติงระวังขว้างงูไม่พ้นคอ หากไม่ใช่ศพเสื้อแดง
แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวหลังจากพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการสำนักกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดคลองตากวา วัดสมอโพรง และวัดห้วยยาง อ.แกลง จ.ระยอง แล้วพบศพจำนวน 169 ศพ ว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้มอบหมายให้สถาบันนิติฯเข้าไปร่วมตรวจสอบ แต่ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ อย่างไรก็ตามขออธิบายในเชิงวิชาการว่า ตามหลักการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล หรือดีเอ็นเอจะต้องดูที่สภาพแวดล้อมของศพประกอบ ดังนั้นหากจะชี้ว่าศพที่พบเป็นศพที่เกิดจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 คงตอบไม่ได้ เบื้องต้นทราบจากข่าวว่ามีผู้นำศพมาฝากฝังไว้บนเนื้อที่ของวัด และแจ้งว่าเป็นศพไร้ญาติและพ้นคดีทางกฎหมายแล้วจึงเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ตามหลักการพิสูจน์เอกลักษณ์ของบุคคลจะสามารถตรวจสอบได้ใน 3 ประเด็น คือ ศพของคนตายอาจต้องมีชื่อติดไว้กับศพ หรือไม่มีชื่อ แต่วัดอาจจะมีทะเบียนข้อมูลและเก็บข้อมูลไว้ซึ่งคงต้องไปถามจากวัดหรือสถานที่รับฝากฝังศพจากวัดด้วย สองกรณีที่มีการเคลื่อนย้ายศพ เช่น ตายที่อื่น แต่นำศพมาเก็บอีกที่หนึ่งก็จะต้องมีการตรวจว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และสามในกรณีที่เป็นศพซึ่งเกิดจากการฆาตกรรมอำพราง ผู้พิสูจน์จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม กรณีศพที่พบหากมีข้อสงสัยว่าศพดังกล่าวอาจจะเป็นศพของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีผู้อ้างว่าหายไปตอนปี 2553 ขอตอบได้ว่าจะไม่สามารถตรวจสอบได้เลย เพราะแม้จะพิสูจน์ดีเอ็นเอจากกระดูกแต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าศพนั้นๆตายที่ไหน เมื่อไร ตายอย่างไร ประเด็นสำคัญคือจะรู้ได้อย่างไรว่าศพนั้นๆตายที่ไหนอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าคนเสื้อแดงเรียกร้องเงินชดเชยให้ผู้เสียชีวิตรายละ 10 ล้านบาท พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องต้องคิด เพราะหากผู้เสียชีวิตไม่ใช่คนเสื้อแดงแต่เป็นแรงงานต่างด้าว จะยิ่งกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ และอาจจะเป็นการขว้างงูไม่พ้นคอ จึงไม่อยากให้นำเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองมาส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบราชการ







