
ตุลาการชี้สรรหา กสทช.ไม่โปร่งใส
ศาลปกครอง นัด พิพากษา คดีสรรหา กสทช. 22ส.ค.นี้ ด้านตุลาการผู้แถลงคดี มีความเห็นส่วนตัว ขั้นตอนสรรหาไม่โปร่งใส
ศาลปกครอง นัด พิพากษา คดีสรรหา กสทช. 22ส.ค.นี้ ด้านตุลาการผู้แถลงคดี มีความเห็นส่วนตัว ขั้นตอนสรรหาไม่โปร่งใส
ศาลปกครองกลาง นัดพิจารณาคดีครั้งแรก ระหว่างนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร (ผู้ฟ้องคดี) หนึ่งในผู้สมัครสรรหาเป็น กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ ยื่นฟ้องกรรมการสรรหา กสทช.ทั้งขณะ ไม่โปร่งใสกรณีไม่เสนอชื่อผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกในวันที่ 25 เม.ย.54 ต่อประธานวุฒิสภา ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้เพิกถอนการกระทำของกรรมการสรรหา และให้ส่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกฯในวันที่ 25 เม.ย.ไปยังประธานวุฒิสภา
ทั้งนี้ ศาลปกครอง ได้ให้นายกฤตยชญ์ ศิริเขต ตุลาการผู้แถลงคดี แถลงความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับสำนวนคดีต่อองค์คณะ ซึ่งเป็นความเห็นดังกล่าวยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุดหรือผูกพันต่อองค์คณะที่จะมีคำพิพากษาในวันที่ 22 ส.ค.เวลา 10.00 น. ต่อไป
อย่างไรก็ตาม นายกฤตยชญ์ แถลงความเห็นต่อคดีว่า การสรรหา กสทช.ไม่โปร่งใส ไม่มีการเสนอชื่อของนายสุรนันท์ให้เป็นผู้ได้รับการพิจารณาคัดเลือก 1ใน 4 หลังจากที่พบว่าการสรรหาเมื่อวันที่ 25 เม.ย.54 นายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ซึ่งได้รับคะแนนเป็นอันดับ 3 เป็นกรรมการบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ถือว่าขาดคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 โดยในทางปฏิบัติที่ถูกต้องควรต้องมีการเลือกผู้ได้รับคะแนนถัดไปขึ้นมาในบัญชีรายชื่อแทน ซึ่งนายสุรนันท์ ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 5 แต่คณะกรรมการสรรหาฯกลับใช้ดุลพินิจให้ลงคะแนนใหม่แทน ในการประชุมครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2554 แล้วลงคะแนนเลือกนายยุทธ์ ชัยประวิตร เป็นผู้ได้รับคะแนนอันดับ 7 ขึ้นมาแทนนายอรรถชัย ทั้งที่ การคัดเลือกใหม่จะทำได้ต่อเมื่อผู้สมัครมีคะแนนเท่ากันเท่านั้น
ดังนั้น กรณีการลงคะแนนหลายครั้งย่อมเป็นการไม่ยุติธรรมต่อผู้สมัคร เพราะเป็นการเปิดเผยความคิดและท่าทีของกรรมการที่ลงคะแนนให้ทราบทั่วกัน ส่งผลต่อการกำหนดท่าทีของการลงคะแนนครั้งแต่ไปได้ อีกทั้ง การสรรหา กสทช. มาเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่วางหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม จึงเห็นว่ากรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของรัฐและประโยชน์ของสาธารณะ ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องในคดีไม่มีอำนาจหน้าที่จัดการประชุมคัดเลือกเพิ่มเติมอีกครั้งในวันที่ 29 เม.ย.2554 ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย







