
พิพากษากลับยกฟ้องคดีประชัย ปั่นหุ้นทีพีไอ
ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับยกฟ้องคดี "ประชัย" ปั่นหุ้นทีพีไอ ไม่ต้องจ่าย 6.9พันล้าน
ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับยกฟ้องคดี "ประชัย" ปั่นหุ้นทีพีไอ ไม่ต้องจ่าย 6.9พันล้าน
วันนี้ (19 ส.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้อง 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) โดยนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ และนายชัยณรงค์ แต้ไพสิฐพงษ์ ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจ ,นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.ทีพีไอ ฯ , บริษัท สเติร์น สจ๊วต (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายเชียรช่วง กัลยาณมิตร กรรมการบริหาร ฯ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นบริษัทเจ้าของหลักทรัพย์ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลักทรัพย์ เผยแพร่ข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนวันที่หนังสือชี้ชวนจะมีผลบังคับใช้ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าหลักทรัพย์ใดจะมีราคาสูงขึ้นหรือลดลง (ปั่นหุ้น) และร่วมกันกระทำการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่ผู้รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ม.77 และ 239 และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ทั้งนี้ จากกรณีที่จำเลยทั้ง 4 ได้กระทำความผิดดังนี้ โดยจำเลยที่ 1 ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ โดยสาระสำคัญในแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสือชี้ชวนดังกล่าวเกี่ยวกับ เสนอขายหุ้นต่อประชาชนจำนวน 300,000 หุ้น และแสดงฐานะการเงินของบริษัทและผลการดำเนินงานของบริษัท ทีพีไอ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ ก่อนวันที่แสดงรายการข้อมูล และร่างหนังสือสาระสำคัญว่าหุ้นที่เหมาะสม อยู่ที่ 89 บาทต่อหุ้น และการเงินสูงกว่าในหนังสือชี้ชวน 23,370 ล้านบาท ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้แสดงในร่างหนังสือ และไม่ได้ทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ตามวันเวลาดังกล่าว อันถือเป็นการปั่นหุ้น
จำเลยที่ 2 ในฐานะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจและรับผิดชอบในการดำเนินกิจการได้เผยแพร่ข่าวเป็นสาระสำคัญ มูลค่าองค์กรของบริษัท มีมูลค่าอยู่ที่ 91,387 ล้านบาท และมีมูลค่าที่เหมาะสม 89 บาทต่อหุ้น เกินกว่าความเป็นจริง ในการเผยแพร่ข่าว จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ได้ร่วมกันสนับสุนนโดยการช่วยเหลือในการเผยแพร่
ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานรู้เห็นเพียงปากเดียว ส่วนพยานบอกเล่าบางปาก ยังให้การขัดแย้งกัน ที่ศาลชั้นต้น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 4 คนละ 3 ปี และปรับจำเลยที่ 1, ที่ 3 คนละ 6,900 ล้านบาทนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับให้ยกฟ้อง







