
เชื่อมั่นอุตฯก.ค.ต่ำสุด3เดือน
เหตุต้นทุน-ดอกเบี้ย-ค่าจ้างพุ่งแต่รายภาคเหนือ-อีสานเพิ่มขึ้น
เหตุต้นทุน-ดอกเบี้ย-ค่าจ้างพุ่งแต่รายภาคเหนือ-อีสานเพิ่มขึ้น
ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค.ร่วง ผู้ประกอบการห่วงต้นทุนพุ่ง จากขึ้นค่าจ้าง น้ำมันแพง ดอกเบี้ยขาขึ้น
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือน ก.ค. จำนวน 1,104 ตัวอย่าง ครอบคลุม 40 กลุ่มอุตสาหกรรม ว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 105.2 ถือเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
ปัจจัยลบมาจากผู้ประกอบการกังวลต่อต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ นโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ตลอดจนราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในทิศทางขาขึ้น ในขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐเป็นอุปสรรคต่อภาคการส่งออก
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 107.4 ลดลงจาก 113.5 ในเดือน มิ.ย. แต่เป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน เนื่องจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการจะมีการปรับตัวลดลง
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมรายภูมิภาค พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ปรับตัวลดลง เนื่องจากกังวลกับการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. เนื่องจากหลังมีการเลือกตั้งทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความมั่นใจ ประกอบกับพืชผลทางการเกษตรมีราคาดี ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐในเดือนนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการให้การปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน ดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปใน 3-4 ปี และเป็นการหารือผ่านคณะกรรมการไตรภาคี เพราะหากรัฐดำเนินการทันทีจะส่งผลกระทบมาก ในทางกลับกันควรเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นนอกจากนี้ต้อง เร่งสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล เพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเร่งสร้างความปรองดองในประเทศไทยอย่างแท้จริงให้เกิดขึ้นอีกด้วย







