
รวบมือปล้นร้านทองบิ๊กซีหลังกบดานขอนแก่น
ตำรวจสืบสวนโชว์ผลงานจับคนร้ายปล้นร้านทองบิ๊กซีบางบอน หลังหนีกบดานที่ขอนแก่น
ตำรวจสืบสวนโชว์ผลงานจับคนร้ายปล้นร้านทองบิ๊กซีบางบอน หลังหนีกบดานที่ขอนแก่น
เมื่อเวลา 16.30 น. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. แถลงข่าวการจับกุมคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ปล้นร้านทองเพชรทองใบเยาวราช ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาบางบอน แขวงบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทราบชื่อคือ นายอรัญ หรือมืด ขาวภูเขียว อายุ32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่11 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางเป็นเงิน 14,000 บาท,ทองแท่งหนักแท่งละ 2 บาท จำนวน 2 แท่ง และแหวนทองคำหนักหนึ่งสลึง จำนวน 1 วง โดยจับกุมได้ที่บริเวณโฮมรีสอร์ท ถนนบ้านห้วยทรายเหนือ ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุปล้นร้านทอง ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยข้อมือทองคำ หนักเส้นละสองบาท จำนวน10 เส้น (รวมสร้อยข้อมือทองคำหนัก20 บาท) มูลค่ารวมประมาณ 509,000 บาท วิ่งหลบหนีขึ้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำที่จอดติดเครื่องรอไว้บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุหลบหนีไป
ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน พบบุคคลต้องสงสัยเป็นชาย มีลักษณะรูปพรรณ ลักษณะท่าทางการเดิน สวมรองเท้าผ้าใบคล้ายกับคนร้ายรายนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำภาพขอบบุคคลต้องสงสัยออกแพร่ประชาสัมพันธ์ กระทั่งได้เบาะแสจากสน.ท่าข้ามว่า ภาพชายต้องสงสัยมีลักษณะตำหนิรูปพรรณคล้ายกับ นายมืด หรืนายอรัญ ขาวภูเขียว ซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในซ.เอกชัย 54 ร่วมกับญาติ เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบแต่ไม่พบตัว
จากการสอบถามญาตินายอรัญ ให้ข้อมูลว่า ในช่วงเกิดเหตุ นายอรัญได้ยืมรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟสีดำ ทะเบียน วทธ 398 และแจ้งเพียงว่าเอารถไปทิ้งไว้ที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ท้ายซ.หมู่บ้านเศรษฐกิจ ถ.เพชรเกษม และหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งญาติไปพบเจอรถของตนเอง นอกจากนี้ จากข้อมูลพบว่านายมืดพื้นเพเป็นชาวจ.ขอนแก่น ตำรวจจึงไประสานไปยัง พ.ต.อ.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ในการสืบสวนติดตามตัวนายอรัญ กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น, กก.สส.บก.น.๙ และ สน.บางขุนเทียน ร่วมกันสืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมตัวนายอรัญ หรือมืด ขาวภูเขียว ได้ที่บริเวณโฮมรีสอร์ท จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางดังกล่าว
นายอรัญ สารภาพว่า เป็นลงมือก่อเหตุปล้นร้านทองจริง ภายหลังก่อเหตุได้นำสร้อยข้อมือทองคำหนักสองบาทจำนวน 1 เส้น ไปขายที่ร้านทองในหมู่บ้านเศรษฐกิจ แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค ได้เงินจำนวน 43,000 บาท และนำรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไปให้อู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ซ่อมเปลี่ยนสภาพเพื่ออำพราง ส่วนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ขณะก่อเหตุได้นำไปทิ้งลงถังขยะข้างทางระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี แล้วเดินทางไปที่สถานีขนส่งหมอชิตนั่งรถยนต์โดยสารประจำทางไปยัง จ.ขอนแก่น
"จากนั้น นำสร้อยข้อมือทองคำอีก 8 เส้นไปขายที่ร้านในเมืองขอนแก่น อีก 1 เส้น นำไปขายที่ร้านทองใน อ.อุบลรัตน์ เงินที่ได้จากการขายสร้อยข้อมือทองคำ ส่วนหนึ่งนำไปซื้อทองแท่ง หนักแท่งละสองบาทจำนวน 2 แท่ง แหวนทองคำหนักหนึ่งสลึง 1 วง และอีกส่วนหนึ่งนำเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนและของภรรยา ซึ่งภายหลังได้ติดตามเงินดังกล่าว เป็นเงินฝากธนาคารกรุงไทย สาขาภูเขียว จ.ชัยภูมิ จำนวน 110,000 บาท และที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตึกคอม อ.เมือง จ.ขอนแก่น จำนวน 39,000 บาท และเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นของกลางแล้ว อีกส่วนหนึ่งนำไปให้ นายเปี๊ยก (ไม่ทราบชื่อจริง) เป็นเงินทุนซื้อยาบ้ามาจำหน่าย รวมประมาณ 90,000 บาทและอีก 47,000 บาท ฝากเข้าบัญชีภรรยาชื่อ นางพจนี อรรคฮาด จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว"นายอรัญกล่าว







