
พณ.ไร้ห่วงของแพงลุยจำนำ-ขึ้นค่าจ้าง
“กิตติรัตน์” ย้ำ เดินหน้าจำนำข้าว ขึ้นค่าจ้างขยับเงินเดือน ไม่ห่วงเงินเฟ้อพุ่ง เพราะทุกคนรายได้กระฉูด
“กิตติรัตน์” ย้ำ เดินหน้าจำนำข้าว ขึ้นค่าจ้างขยับเงินเดือน ไม่ห่วงเงินเฟ้อพุ่ง เพราะทุกคนรายได้กระฉูด
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จะนำนโยบายรับจำนำข้าวมาบรรจุในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยจะรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท และข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท เริ่มฤดูการผลิตข้าวเปลือกนาปี 2554/55 แต่ไม่กำหนดเป้าหมายการรับจำนำ โดยเมื่อไหร่ที่ราคาข้าวในตลาดขึ้นมาใกล้เคียงกับราคารับจำนำหรือสูงกว่าก็อาจจะหยุด
พร้อมกันนี้ อาจให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) รับซื้อข้าวจากเกษตรกรเพื่อมาส่งออกในรูปรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ส่วนการบริหารจัดการข้าวสต๊อกรัฐบาลนั้นจะทยอยขาย และอาจนำสต๊อกส่วนหนึ่งมาทำข้าวสารบรรจุถุงขายในราคาถูก
“แม้การรับจำนำข้าวจะทำให้ต้นทุนข้าวสารสูงขึ้น แต่ประชาชนก็ได้รับความช่วยเหลือจากการลดจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เกษตรกรรายได้เพิ่มจากโครงการรับจำนำ ตลอดจนการขึ้นค่าจ้างงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน การปรับขึ้นเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท/เดือน จะทำให้จีดีพีประเทศโตขึ้นอีก 1%” รองนายกฯ กล่าว
สำหรับการดูแลค่าครองชีพให้ประชาชน จะพยายามดูแลไม่ให้มีการค้ากำไรเกิน โดย 4 สินค้าที่มีการขอปรับขึ้นราคา คือ เหล็ก แบตเตอรี่ ยางรถยนต์ และสายไฟฟ้า จะขอตัดสินใจหลังจากแถลงร่างนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
ขณะที่ภาคการส่งออก ยืนยันว่าไม่ได้ลดพึ่งพาการส่งออก ยังคงต้องผลักดันเหมือนเดิม แต่รัฐบาลจะเพิ่มการพึ่งพาการบริโภคในประเทศให้มากขึ้น โดยเป้าหมายการส่งออกปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้ 15% ถือเป็นตัวเลขที่คงทำได้ในระดับนี้
ด้านนายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลเน้นความโปร่ง ใสในการทำงานให้มากที่สุดเพราะเป็นห่วงในขั้นตอนการนำนโยบายไปปฏิบัติ







