
ดีเอสไอเผยที่มาของกสทช.ไม่ชอบ
ดีเอสไอเผยผลสืบสวนกระบวนการสรรหากสทช.ไม่ชอบด้วยกฏหมายเสนอนายกฯพิจารณา
ดีเอสไอเผยผลสืบสวนกระบวนการสรรหากสทช.ไม่ชอบด้วยกฏหมายเสนอนายกฯพิจารณา
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ. ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท. พะเยาว์ ทองเสน ผบ.สำนักคดีอาญา 3 ดีเอสไอ แถลงข่าวกรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว พบว่า กระบวนการสรรหาอาจจะเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในหลายประเด็น อาทิ องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา กสทช. และวิธีการสรรหาเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ ตามมาตรา 123/1 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่จะได้ดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
นายธาริต กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าคณะกรรมการคดีพิเศษเพื่อทำการสอบสวนนำตัว ผู้กระทำความผิดมาลงโทษเรื่องนี้ที่สังคมให้ความสนใจมากเพราะคณะกรรมการ กสทช. เป็นกรรมการชุดสำคัญของประเทศชาติที่จะจัดสรรทรัพยากรในเรื่องกิจการโทร คมนาคมและวิทยุกระจายเสียง
"ดีเอสไอเห็นควรที่จะต้องส่งผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.ประธานวุฒิสภา 2.เลขาธิการวุฒิสภา 3. ประธาน คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ วุฒิสภา 4.นายกรัฐมนตรี 5. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ 6.เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง"นาย ธาริต กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อดีเอสไอมีความเห็นว่ากระบวนการสรรหา ไม่ชอบด้วยกฎหมายแม้วุฒิสภาจะเลือกไปแล้วก็ไม่สมควรที่จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการอย่างไร และหากดีเอสไอสืบสวนสอบสวนแล้วเห็นว่ามีข้าราชการกระทำความผิด ก็จะส่งเรื่องไปยังสำนักคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งภาครัฐต่อไป







