
ปึ้งเปิดใจยันไม่เกี่ยวขอญี่ปุ่นออกวีซ่าทักษิณ
"สุรพงษ์"เปิดใจหลังเข้าทำงานกระทรวง ยันไม่เกี่ยวขอญี่ปุ่นออกวีซ่าให้ทักษิณ ยันช่วย "วีระ-ราตรี" แน่ แต่รอถกเขมรก่อน
"สุรพงษ์"เปิดใจหลังเข้าทำงานกระทรวง ยันไม่เกี่ยวขอญี่ปุ่นออกวีซ่าให้ทักษิณ ยันช่วย "วีระ-ราตรี" แน่ แต่รอถกเขมรก่อน
เมื่อเวลา 15.30 น. นายสุรพษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.กระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเปิดใจภายหลังมอบนโยบายการทำงานต่อข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ด้วยความสำนึกต่อพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ได้ดำรงตำแหน่งรมว.กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติที่ได้ทำงานในกระทรวงต่างประเทศในฐานะรัฐมนตรี คนที่ 46 และยินดีที่ได้ทำงานที่มีความสำคัญต่อประเทศในยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนโยบายของกระทรวงต้องให้ทันต่อเหตุการณ์
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการบรรยายสรุปจากปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมต่างๆ ในเรื่องแผนงานเร่งด่วนสำคัญ อาทิ ไทย-กัมพูชา การทำงานเชิงรุก เศรษฐกิจ ส่งเสริมการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ และการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบาย ตนจึงมอบนโยบายด้านหลักการเบื้องต้นที่สำคัญให้ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ อาทิ การดำเนินงานนโยบายต่างประเทศอย่างเป็นมิตร เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะการเสริมสร้างความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านไทย- กัมพูชา โดยหลักสันติวิธี และยึดประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการปกป้องอธิปไตยของประเทศ
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในการร่วมมือภาครัฐ โดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว แสวงหาแนวคิดใหม่ เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย การส่งเสรมคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งการเมืองสามารถส่งผลกระทบต่อบุคคลและไม่ใช่เรื่องประชาชนอย่างเดียว แต่เข้าถึงทุกระดับ ส่วนการสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศ โดยให้ทุกฝ่ายยอมรับไทยในเวทีต่างประเทศ ส่งเสริมการค้า และการลงทุนต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นแนวทางกว้าง หลังจากที่แถลงนโยบายเสร็จ จะนำมาอยู่ในแผนการบริหารของกระทรวง
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการเรื่อง เอ็มโอยู 44 นั้น ซึ่งกระทรวงจะมีการประชุม 2 เรื่อง โดยมีเรื่องไทย-กัมพูชา และมรดกโลก ด้วย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนสรุปเรื่องให้รอบคอบและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยหลังจากแถลงนโยบายสิ้นสุดลงจะดำเนินการเรื่องนี้เป็นวาระแรก ซึ่งในวันที่ 18 ส.ค. ทางกระทรวงการต่างประเทศจะนำมาเสนอตน อย่างไรก็ตาม ต้องขอดูรายละเอียดก่อนแต่มั่นใจว่าจะทำให้ดีที่สุด
ทั้งนี้ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางเข้ากัมพูชา ในวันที่ 19 -21 ส.ค. มีแต่ได้ยินจากเพื่อนสส.พูดกัน และยังไม่ได้มีการตรวจสอบ
นายสุรพงษ์ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ได้ร้องขอให้ญี่ปุ่นออกวีซ่าให้พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ยอมรับว่าทูตญี่ปุ่นที่สนิทกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มาพบตนที่พรรคเพื่อทำความรู้จัก และในตอนท้ายก่อนจบการหารือทูตญี่ปุ่นได้สอบถามถึงนโยบายว่ารัฐบาลชุดนี้ว่าจะมีนโยบายเหมือนรัฐบาลชุดที่แล้วหรือไม่ ซึ่งเรายืนยันไม่มีนโยบายเช่นนั้น เพราะเป็นรัฐบาลใหม่ ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณขอเข้าประเทศญี่ปุ่นเพราะทางเอกชนขอให้เข้า ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของประเทศญี่ปุ่นในการพิจารณาว่าที่จะให้หรือไม่ให้
“ส่วนที่ร้องขอนั้น ไม่ได้เป็นการร้องขอเพราะทักษิณขอจากที่ไหนไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทูตญี่ป่นแจ้งให้ทราบนั้นการเดินทางไปของพ.ต.ท.ทักษิณนั้นต้องการจะไปดูเรื่องสึนามิ ทั้งนี้ การขอวีซ่าเข้าประเทศใดนั้น เป็นสิ่งที่ตนไม่มีความสามารถไปให้ประเทศนั้นๆออกวีซ่าได้ ส่วนเรื่องพาสปอร์ตแดงยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ และๆไม่ต้องห่วง ยืนยันว่าจะทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย และรัฐบาลก็ไม่มีนโยบายในเรื่องดังกล่าว”นายสุรพงษ์ กล่าว
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การที่ตนได้รับตำแหน่งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการคัดเลือก เป็นการคัดเลือกของนายกรัฐมนตรีและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งตนเคยทำการค้า และรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนั้น เน้นนโยบายด้านการค้า ซึ่งจะเป็นมิติใหม่ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะมุ่งเน้นการค้า และยอมรับว่างานที่ได้รับมอบหมายมานั้นหนัก แต่ไม่หนักใจ รวมทั้งตนเป็นรัฐมนตรีที่แย่ที่สุดในประเทศไทย ก็คงไม่มีอะไรแย่กว่านี้แล้ว แต่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
ส่วนจะประสานญี่ปุ่นเพื่อออกหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ คงไปสั่งทางญี่ปุ่นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากเรื่องนี้ทำได้ รัฐบาลชุดที่แล้วก็คงทำสำเร็จแล้ว รวมทั้งก็คงให้สถานทูตรายงานที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณ ไปแล้ว ซึ่งตนก็ไม่รู้ขั้นตอนในการดำเนินการทางกฎหมายว่าต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีกี่หน่วยงาน หากดำเนินงานได้ง่ายนายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.การต่างประเทศคงทำได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ได้รับโทษ กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการอย่างไร นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนยึดกฎหมายเป็นหลัก จะดำเนินการอย่างไรนั้นต้องเอาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ โดยสิ่งที่ตนไม่สบายใจคือมีข่าวว่ามีการเอาชื่อพ.ต.ท.ทักษิณออกจากลิสต์ของตำรวจสากลและเมื่อสอบถามไปก็รับคำตอบว่าไม่เคยมีชื่อของพ.ต.ท.ทักษิณเลย
เมื่อถามต่อว่า ทางอัยการสูงสุดระบุว่าให้กระทรวงการต่างประเทศรายงานที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณ นายสุรพงษ์ กล่าว หากอย่างนั้นให้อัยการสูงสุดทำหนังสือมาสอบถามเพราะตนไม่สามารถไปทำอะไรเกินกว่าหน่วยงานที่เขาติดตามอยู่ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ทำเพื่อนพ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาปากท้องนั้น ทันทีที่รัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จก็ดำเนินการทันที
นายสุรพงษ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศนั้น ยืนยันว่าจะเดินทางไปประเทศในอาเซียนก่อนแน่นอน แต่เป็นที่ใดยังไม่ทราบ ส่วนกรณีนายวีระ สมความคิด และนางราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ที่ถูกกุมขังอยู่ในประเทศกัมพูชา ตนยืนยันว่าจะช่วยเหลือทุกคนที่เป็นคนไทย และหากตนเดินทางไปกัมพูชาก็จะคุยกับทางรัฐบาลกัมพูชา







