
ผลสอบเมลฉาวชี้เพื่อไทยบริหารสื่อ-นสพ.บางฉบับเอียง
สภาการนสพ.เผยผลสอบอีเมลซื้อสื่อชี้ "เพื่อไทย" มีการบริหารจัดการสื่อ ระบุนสพ.บางฉบับเสนอข่าวเอนเอียงจริง
สภาการนสพ.เผยผลสอบอีเมลซื้อสื่อชี้ "เพื่อไทย" มีการบริหารจัดการสื่อ ระบุนสพ.บางฉบับเสนอข่าวเอนเอียงจริง
เมื่อเวลา 12.00 น. คณะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการส่งอีเมลของนักการเมืองระบุการให้เงินและผลประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นำโดยนพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานอนุกรรมการฯ ได้เปิดแถลงผลการตรวจสอบกรณี "อีเมลนักการเมืองซื้อสื่อ"
นพ.วิชัยแถลงว่า คณะอนุกรรมการฯได้สรุปผลการตรวจสอบออกมา 4 ประการคือ 1.กรณีที่ นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ถูกระบุชื่อในอีเมลที่มีเนื้อหากล่าวถึงการใช้เงินเพื่อแลกกับการนำเสนอข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้น อีเมลที่เป็นปัญหาน่าจะส่งมาโดยใช้บัญชี (account) และรหัสผ่าน (password) ของนายวิม และเชื่อได้ว่า นายวิม น่าจะเป็นผู้เขียนข้อความในอีเมลฉบับดังกล่าวเองด้วยเหตุผลต่างๆ หลายประการ
2.ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยน่าจะมี “การบริหารจัดการสื่อมวลชน” ทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคลอย่างเป็นระบบ เช่น มีการเลือกลงโฆษณาเฉพาะในหนังสือพิมพ์บางฉบับ มีการประสานประเด็นข่าวกับผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ในระดับต่างๆ ตลอดจนน่าจะมีการจัดส่งภาพของตนไปลงตีพิมพ์เป็นภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ที่มีความสัมพันธ์ด้วย
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการฯ ไม่มีอำนาจตรวจสอบว่า ในการดำเนินการดังกล่าวได้มีการให้อามิสสินจ้างอันมีค่า หรือผลประโยชน์อื่น นอกเหนือจากการลงโฆษณาหรือไม่
3.หนังสือพิมพ์บางฉบับที่ถูกพาดพิงได้นำเสนอข่าวในช่วงเลือกตั้งโดยมีความเอนเอียงในทางที่เป็นประโยชน์แก่พรรคเพื่อไทยอย่างค่อนข้างเป็นระบบ ทั้งการพาดหัวข่าว การเลือกภาพที่นำมาลง การบรรยายประกอบภาพ การนำเสนอข่าวและบทความต่างๆ ที่มีเนื้อหาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย
4.ด้วยข้อจำกัดของอำนาจในการเข้าถึงพยานหลักฐาน คณะอนุกรรมการฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า มีการให้สินบนผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ตามเนื้อหาของอีเมลดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่เมื่อได้ตรวจสอบบทความที่ผู้ถูกพาดพิงแต่ละคนนำเสนอผ่านหนังสือพิมพ์ต้นสังกัดแล้ว คณะอนุกรรมการฯ เชื่อว่า ผู้ที่ถูกพาดพิงส่วนใหญ่น่าจะไม่ได้มีพฤติกรรมการรับสินบนตามที่เป็นข่าว แม้จะยังมีข้อสงสัยต่อท่าทีของผู้ถูกพาดพิงบางรายว่า เหตุใดจึงมีพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งน่าจะขัดต่อวิสัยปรกติของบุคคลทั่วไปในสถานการณ์ดังกล่าว
นพ.วิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาข่าว การบรรยายประกอบภาพ พาดหัวข่าว และบทความที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกพาดพิงในอีเมล์ พบว่า มีหนังสือพิมพ์ 2-3 ฉบับมีความเอนเอียงอย่างชัดเจน เช่น ลงข่าว ภาพ ในทางที่เป็นบวก ต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างชัดเจน เราไม่เชื่อคำพูด แต่ทั้งหมดจากหลักฐาน ดูจากสื่อที่ปรากฏ ส่วนกรณีผลสอบระบุว่า พรรคเพื่อไทย น่าจะมีการบริหารจัดการสื่อมวลชนว่า คำนี้ มีนัยและมีความหมายพิเศษ ตีความได้หลากหลาย ซึ่งจากการผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะอนุกรรมการฯ ก็มีข้อเสนอแนะต่อสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในฐานะองค์กรกำกับดูแลจริยธรรม 5 ข้อ ด้วย
ทั้งนี้เชื่อว่าผลสรุปกล่าวจะไม่มีผลต่อการนำไปขยายผลทางการเมืองต่อ เพราะผลสรุปครั้งนี้เน้นเรื่องจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเป็นหลัก โดยเน้นให้คนทำหนังสือพิมพ์ตระหนักถึงการปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในกรอบจริยธรรมและรู้จักรักษาระยะห่างระหว่างผู้สื่อข่าวและแหล่งข่าว
ขณะที่นายสุนทร จันทร์รังสี รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวว่า ผลการสอบอีเมล์อื้อฉาวนั้น ยอมรับมีจริง และมีการบริหารจัดการสื่อมวลชนของพรรคเพื่อไทยจริง ซึ่งรายงานผลสอบชุดนี้จะเป็นมาตรฐานทำให้นักหนังสือพิมพ์ที่ดี รักษาระยะห่างของสื่อกับแหล่งข่าวได้ด้วย
ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่







