
นครบาลงัดแผนคุมเข้มอาชญากรรม
" นครบาล "คุมเข้มคดีอาชญากรรม ร้านทอง ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ งัดมาตรการเด็ด จัดทำแผนเผชิญเหตุ
" นครบาล "คุมเข้มคดีอาชญากรรม ร้านทอง ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ งัดมาตรการเด็ด จัดทำแผนเผชิญเหตุ
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน โดยเฉพาะกรณีชิงทรัพย์ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ตู้เอทีเอ็ม และปั๊มน้ำมันว่า พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีคำสั่งให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 เข้มงวดกวดขันตรวจตราการประทุษร้ายต่อทรัพย์มีผลบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.- 31 ส.ค. ระยะแรก มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นกับประชาชน และให้ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่มีความตื่นตัวในการทำหน้าที่และรู้ลำดับของการปฏิบัติพร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
โฆษกนครบาล กล่าวว่า พล.ต.ท.จักรทิพย์ มีคำสั่งให้ทุกกองบังคับการออกสถานการณ์สมมุติคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ อาทิการจี้ปล้นร้านทอง ธนาคาร และประทุษร้ายตู้เอทีเอ็ม ฯลฯ โดยให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยทุก บก.จะต้องมีสถานการณ์สมมุติ บก.ละ 1 วันมีการส่งแผนปฏิบัติล่วงหน้ามายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลก่อนทุกครั้ง จะมีการแจ้งให้พี่น้องสื่อมวลชนทราบด้วยเพื่อติดตามตรวจสอบว่าวันนี้จะมีสถานการณ์สมมุติเกิดขึ้นในจุดใด การปฏิบัตินั้นจะให้ สน.พื้นที่เป็นเจ้าภาพ มี ผกก. เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติในพื้นที่สามารถเลือกจุดและกำหนดเวลาได้เองว่าจะสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นในตอนไหนอาจเป็นกลางวันหรือกลางคืนตีหนึ่งตีสองก็ได้ และสามารถเรียกกำลังสนับสนุนจากกองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ ( 191 ) กองบังคับการตำรวจปราบจลาจล และกองบังคับการตำรวจจราจร อย่างน้อยวันละ 200 นาย
ขณะเดียวกันที่ประชุมบริหารมีคำสั่งให้ฝ่ายป้องกันปราบปรามทุก สน.ประสานกับกองบังคับการตำรวจจราจร นำกล้องตรวจจับความผิดการจราจรรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพไปใช้ในภารกิจอย่างอื่นได้อีกนอกเหนือจากคดีความผิดเรื่องจราจร โดยเฉพาะเรื่องการจับกุมการแข่งรถในทางสาธารณะ และการป้องกันอาชญากรรมในทุกรูปแบบเพราะกล้องรุ่นใหม่นี้สามารถจับภาพในเวลากลางคืนได้เห็นทะเบียนรถชัดเจนนำไปใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีในชั้นศาลได้
โฆษกนครบาล กล่าวต่อว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้สรุปสถานภาพรวมอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.ในรอบ 10 เดือนตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค. 2553 ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2554 และเปรียบเทียบคดีย้อนหลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า บรรลุในทุกกลุ่มคดีอาชญากรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คดีทำร้ายต่อชีวิตร่างกายและเพศ คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน พบว่ามีสถิติลดลงและมีสถิติการจับกุมสูงขึ้น แต่เมื่อตรวจสอบในรายละเอียดที่ประชุมบริหารระดับ ผบช.น. รอง ผบช.น.และ ผบก.น.ทุกหน่วยแสดงความเป็นห่วงคดีบางกลุ่มที่จำเป็นต้องเร่งรัดมากขึ้นโดยเฉพาะคดีที่เป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินพี่น้องประชาชนมีหลายพื้นที่ในหลายกองบังคับการต้องเข้มงวดกวดขันมากขึ้นภายใน 2 เดือนจะต้องลดลง







