
ญี่ปุ่นขาลง
...ธนพล ไชยภาษี
ถามว่าญี่ปุ่นอยู่ในช่วงขาลงหรือไม่นั้น ถ้าถามหลายๆ คนก็ต้องบอกว่าใช่ เพราะญี่ปุ่นมักจะถูกเปรียบเทียบกับจีนเสมอ
เพราะในขณะที่จีนกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจในยุคใหม่ ญี่ปุ่นก็ถูกมองว่ากำลังตกต่ำลงเรื่อยๆ
...เป็นสัจธรรมว่าเก่าไปใหม่มา ไม่มีสิ่งใดยั่งยืน
ยิ่งโดยเฉพาะในปีนี้ ต้องบอกว่าญี่ปุ่นเจอศึกหนักหลายเรื่อง หลายด้าน หลายอารมณ์ เสียเหลือเกิน
อย่างแรก ถ้าเทียบกันในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ถามว่าประเทศใดที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจมากที่สุด
ก็ต้องบอกว่าญี่ปุ่น รวมอยู่เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
เพราะด้วยความที่ว่าญี่ปุ่น และสหรัฐมีความผูกพันทางเศรษฐกิจกันมากเหลือเกิน ทั้งในภาคการเงิน และธุรกิจ ตลาดสินค้าส่งออกของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็อยู่ในสหรัฐ
อย่างเช่นอุตสาหกรรมยานยนต์ในสหรัฐล้มครืนเมื่อปีที่แล้ว ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นก็เจอหางเลขไปด้วย อย่างโตโยต้าถึงกับต้องเปลี่ยนตัวท่านประธานทีเดียว
ดังนั้น ...เมื่อสหรัฐล้ม ญี่ปุ่นก็ยืนแทบไม่ไหว
เมื่อก้าวเข้าสู่ปีนี้ ญี่ปุ่นยังเจอพิษของค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เมื่อเทียบกับค่าเงินเยน ทำให้ญี่ปุ่นที่ต้องพึ่งการค้าขายในต่างประเทศเยอะ ก็ทำเอากำไรหาย ต้นทุนหดลงไปด้วย เพราะต้นทุนคิดเป็นเงินเยน แต่ขายเป็นดอลลาร์ กำไรเป็นดอลลาร์ที่มูลค่าอ่อนลงเรื่อยๆ แล้วจะไปเหลืออะไร
และในขณะที่ทั่วโลกกำลังหวาดเกรงกับภาวะเงินเฟ้อ ญี่ปุ่นก็กลับประสบกับภาวะเงินฝืดเรื้อรังมานาน กำลังกลายเป็นความวิตกกังวลมาต่อเนื่องหลายปี
ส่วนภาครัฐของญี่ปุ่นเองก็เจอบริษัทจัดอันดับเครดิตขู่แล้วขู่เล่าว่าอาจจะเจอกับการลดอันดับ หลังจากที่ปัญหาหนี้ภาคสาธารณะของญี่ปุ่นพองตัวอย่างน่ากลัว และหากยังขาดนโยบายจัดการแก้ปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพ
และล่าสุด เหมือนกับราหูเข้า พระเสาร์แทรก ก็เกิดข่าวร้ายกับแบรนด์สินค้าชื่อดังของญี่ปุ่นทั้งหลายติดต่อกันภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
เริ่มตั้งแต่สายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส สายการบินเก่าแก่สุดในเอเชีย ยื่นล้มละลายไปเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นข่าวใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินโลก
ตามมาด้วยเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส เรียกคืนรถยนต์หลายรุ่นทั้งในสหรัฐ และจีน กว่า 5 ล้านคัน กับปัญหาคันเร่งค้าง
ตามติดมาด้วยปัญหาสวิตช์ปุ่มกระจกของรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ ที่เกิดจุดบกพร่องหากโดนน้ำจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรถึงกับไฟไหม้
เมื่อปีที่แล้วก็มีรายงานผู้เสียชีวิตในแอฟริกาใต้ เป็นทารกวัย 2 ขวบ หลังเกิดไฟไหม้รถยนต์ที่หนูน้อยนอนอยู่ข้างใน ทำให้ฮอนด้าต้องเรียกคืนรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ และซิตี้ กว่า 6 แสนคัน
หากมองอย่างผิวเผินอาจจะคิดว่าเป็นการเรียกคืนธรรมดาๆ แบบที่เป็นมา แต่หากมองกันจริงๆ เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นการดาวน์เกรดคุณภาพสินค้า และแบรนด์ เมดอินเจแปน ที่มีชื่อเสียงมานานลงไม่น้อยทีเดียวครับ
ผมถึงบอกว่าปีนี้เป็นปีที่หนักหน่วงของญี่ปุ่นจริงๆ ภาครัฐเองก็อ่วมจากปัญหารอบด้าน ทั้งปัญหาหนี้ เงินฝืด คนวัยเกษียณเต็มประเทศ ปัญหาเงินบำเหน็ดบำนาญ
ส่วนภาคเอกชนยังมาเจอกับปัญหาค่าเงินแข็งปั๋ง แถมแบรนด์ของสินค้าญี่ปุ่นยังถูกลดทอนลงอีก
แล้วไหนนักลงทุนจากญี่ปุ่นจะมาเจอปัญหามาบตาพุดในบ้านเราเสียอีก จนประธานองค์การการค้าของญี่ปุ่น หรือเจโทรต้องออกมาเย้วๆ ใส่รัฐบาลไทยกันหลายรอบทีเดียว
บอกแล้ว ปีนี้ญี่ปุ่นเจอหลายเด้งครับ แต่เด้งหลังนี่อาจจะพารัฐบาลไทยเด้งตามไปด้วย...!







