posttoday
รหัสแดงสร.1 ระทึก 4 แก๊งป่วนเมือง

รหัสแดงสร.1 ระทึก 4 แก๊งป่วนเมือง

16 กุมภาพันธ์ 2553

8...ทีมข่าวการเมือง

10 วันอันตราย! ต่อจากนี้ไปยิ่งใกล้ถึงวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งเป็นวันชี้ชะตานัดฟังคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวชินวัตร แต่กลับมี 4 เหตุการณ์สำคัญในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณ “อันตราย” อย่างยิ่งต่อรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นับตั้งแต่เกิดเหตุรถยนต์ผู้ไม่ประสงค์ดีขับแทรกขบวนรถนายกรัฐมนตรี บนทางยกระดับยมราช 2 ครั้ง เหตุลอบยิงระเบิดเอ็ม 79 ตกในรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร เหตุลอบวางระเบิด “ซีโฟร์” น้ำหนัก 3 ปอนด์ ข้างศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สถานที่ตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท

หน่วยความมั่นคงประเมินสถานการณ์ว่าภัยคุกคามเสถียรภาพรัฐบาลนี้เข้าขั้น “รหัสแดง” ซึ่งเป็นภัยคุกคามสูงสุด โดยประเมินกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 และเหตุวางระเบิดซีโฟร์ ความน่าจะเป็นตกไปอยู่ที่คณะบุคคล 4 กลุ่มที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย มีแนวโน้มวิเคราะห์ดังนี้

1.กลุ่มก่อเหตุที่มีรัฐบาลหนุนหลัง เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ “เข้าล็อก” กับการประกาศใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่กทม.และปริมณฑลควบคุมกลุ่มต่อต้านรัฐบาล

2.คณะทหารบางกลุ่มที่ต้องการ “ปฏิวัติรัฐประหาร” ยึดอำนาจจากรัฐบาล จึงพยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง จนนำไปสู่การนำกำลังทหารออกมายึดอำนาจ และตั้งรัฐบาลชั่วคราว

3.กลุ่มคนเสื้อแดงที่แตกออกเป็นกลุ่มย่อยหลายกลุ่มจนควบคุมกันเองไม่ได้ ซึ่งในจำนวนนี้มีคนเสื้อแดงที่นิยม “ความรุนแรง” และมีความเชี่ยวชาญการใช้อาวุธ ต้องการแสดงกำลังและยุทธวิธีให้รัฐบาลได้เห็น

4.กลุ่มต้องการให้เกิดความวุ่นวายเพื่อไม่ให้มีการตัดสินคดียึดทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ความสุ่มเสี่ยงของสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดความวุ่นวายได้นั้น หน่วยความมั่นคงประเมินว่า มีปัจจัยจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดง 38 จังหวัด การเคลื่อนไหวของกลุ่มสส.ฝ่ายค้าน ภายใต้การสนับสนุนของพ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ในท่ามกลางข่าวลือเรื่องปฏิวัติรัฐประหาร ความเคลื่อน ไหวและการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง จึงสอดคล้องไปกับพท. และกลุ่มบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย โดยเฉพาะการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง จะเป็นการชุมนุมคู่ขนานไปกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งมีแผนการนำมวลชนมาปิดล้อม “รัฐสภา”

ขณะที่กลุ่มเครือข่ายคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดที่จัดตั้งไว้ตามยุทธศาสตร์ปฏิวัติประชาชน (นปช.แดงทั้งแผ่นดิน) จะปักหลักปิดล้อมศาลากลางจังหวัดและสถานที่ราชการสำคัญในจังหวัดนั้นๆ ส่วนพื้นที่ของการชุมนุมในกทม. จะใช้พื้นที่ท้องสนามหลวง ตลอดถนนราชดำเนินจนถึงลานพระรูปทรงม้ารอบทำเนียบรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม มวลชนที่จะเข้าร่วมการชุมนุมนั้น เจ้าหน้าที่ความมั่นคงยังคาดว่าจะมีไม่เกิน 6 หมื่นคน โดยมวลชนจะมีจำนวนมากเฉพาะในวันชุมนุมวันแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะลดน้อยลงเหมือนเหตุการณ์ความวุ่นวาย “สงกรานต์เลือด” เมื่อกลางเดือนเม.ย. 2552 และต้องระมัดระวัง “การสร้างสถานการณ์” ก่อเหตุในกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยกันเองเพื่อขยายผลไปสู่ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

หน่วยความมั่นคงจึงยังมองว่า “ท่อน้ำเลี้ยง” หรือค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะส่งผลไปถึงจำนวนมวลชน การสร้างความรุนแรงและการชุมนุมยืดเยื้อ

ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงยังเชื่อมั่นว่าขีดความสามารถของรัฐบาล การข่าวของหน่วยความมั่นคง และศักยภาพของกองทัพยังสามารถรับมือได้ ดังนั้น ภายใต้แนวคิดที่ว่า หากกองทัพยังยืนหยัดเคียงข้างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์อย่างแน่นแฟ้น ขณะที่กลุ่มพลังเงียบนิสิต นักศึกษา ประชาชน คนกทม.ส่วนใหญ่ยังไม่ออกมาร่วมเคลื่อนไหวด้วย

การโค่นล้มรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ด้วยลำพังแค่มวลชนจากต่างจังหวัดของกลุ่มคนเสื้อแดงคงเป็นไปอย่างลำบาก!

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน