
เยอรมนี : โมเดลความสำเร็จยุโรป
กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปหรือกลุ่มประเทศอียู (European Union)
กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปหรือกลุ่มประเทศอียู (European Union)
ถือว่าเป็นหนึ่งกลุ่มเศรษฐกิจและการเมืองของโลกที่มีความสำคัญต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่แพ้ประเทศสหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างจีนและอินเดียในทวีปเอเชีย เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีปัจจัยด้านความเจริญและการพัฒนาที่พร้อมสรรพ แม้ว่าในสภาวะปัจจุบัน บางประเทศในกลุ่ม สหภาพอียูจะมีปัญหามากมายด้านการเงินการคลังก็ตาม
ปัจจุบันกลุ่มประเทศอียูมีประเทศสมาชิกรวมกัน 27 ประเทศ มีประชากรราว 500 ล้านคน หรือใกล้เคียงกับจำนวนประชากรของกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ที่มีประเทศไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย นอกจากนี้กลุ่มประเทศอียูยังมีผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) รวมกันกว่า 10 ล้านล้านเหรียญยูโร ซึ่งถือว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของโลก เพราะฉะนั้นในทางเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศแล้ว ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตาม ด้านเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอียูย่อมจะส่งผลกระทบต่อสภาวการณ์ด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย
จากการเรียงขนาดเศรษฐกิจ (วัดจากจีดีพี) ของแต่ละประเทศ ในกลุ่มประเทศอียูใน 4 อันดับแรก จะได้แก่ ประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษและอิตาลี โดยที่ทั้ง 4 ประเทศยังติดอันดับอยู่ในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ของโลก หรือที่เรียกกันติดปากว่ากลุ่มประเทศ จี7 จากบรรดาประเทศทั้งหมด 27 ประเทศของกลุ่มประเทศอียู เยอรมนีจัดว่าเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในกลุ่ม และยังมีจำนวนประชากรมากที่สุดคือประมาณ 82 ล้านคน นอกจากนี้เยอรมนียังเป็นประเทศที่มีตัวเลขการส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศจีน
ขณะที่เศรษฐกิจของบรรดาประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศในทวีปยุโรปได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาด้านวิกฤตหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในอียู อย่างเช่น ประเทศกรีซ ไอร์แลนด์ สเปน โปรตุเกส แต่ประเทศเยอรมนีกลับไม่ระคายเคืองจากสถานการณ์ด้านลบดังกล่าวแต่อย่างใด แถมยังคงเป็นประเทศที่ถือธงนำหน้าช่วยแก้ไขและฟื้นฟูเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศของตนเองได้อย่างน่าชมเชย
เรามาดูกันสัปดาห์หน้าต่อครับว่า เหตุใดเยอรมนีถึงไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเท่าใดนัก







