
เครือข่ายลุ่มน้ำเหนือออกโรงขวาง สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นไม่ใช่ทางออก
น้ำท่วมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างเมื่อไหร่ เป็นอันได้ฟังแนวคิดปัดฝุ่นโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น
น้ำท่วมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างเมื่อไหร่ เป็นอันได้ฟังแนวคิดปัดฝุ่นโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
น้ำท่วมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างเมื่อไหร่ เป็นอันได้ฟังแนวคิดปัดฝุ่นโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นกั้นแม่น้ำยมขึ้นมาเมื่อนั้น ภายใต้ข้ออ้างว่าสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในหน้าฝนและช่วยลดปัญหาภัยแล้งในฤดูร้อน แต่กว่า 20 ปีมาแล้ว ที่โครงการนี้ถูกเก็บดองเอาไว้
นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ เปิดเผยว่า แม้จะมีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสายหลักเกือบทั้งหมดในพื้นที่ภาคเหนือ แต่จากประสบการณ์กว่า 40 ปีที่ผ่านมา ได้ชี้ให้เห็นว่า ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งได้จริง
“แม้จะมีเขื่อนขนาดใหญ่แล้ว อาทิ ลุ่มน้ำปิงมีเขื่อนภูมิพล ลุ่มน้ำวังมีเขื่อนกิ่วลม เขื่อนกิ่วคอหมา ลุ่มน้ำน่านมีเขื่อนสิริกิติ์ แต่ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง กลับทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ดังนั้นข้ออ้างที่ว่าหากมีเขื่อนขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำยมอย่างเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน หรือเขื่อนยมล่างแล้ว จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งได้ จึงเป็นเรื่องที่ไม่จริง”
สมเกียรติ เห็นว่า แนวคิดของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้มีการทบทวนแผนการบริหารจัดการน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำ ของประเทศไทย ให้มีการบูรณาการแผนอย่างเป็นระบบ เป็นแนวทางที่น่าสนใจและน่าจะแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
“จากสถานการณ์น้ำท่วมลุ่มน้ำยมและแม่น้ำน่านที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้มีการเสนอให้มีการทบทวนแผนการบริหารจัดการน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำของประเทศไทย ให้มีการบูรณาการแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวนโยบายที่สำคัญเป็นอย่างมากในการที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งอย่างเป็นระบบ”
สมเกียรติ เปิดเผยว่า คณะทำงานของเครือข่ายลุ่มน้ำยมได้ศึกษาและติดตามสถานการณ์สภาพปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งของลุ่มน้ำยมมาอย่างต่อเนื่อง และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรีจะได้มีการทบทวนแผนการจัดการน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำ เพื่อให้เกิดแผนการพัฒนาลุ่มน้ำทั้งหมดแบบบูรณาการ และเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นสำคัญ
“หัวใจสำคัญของแผนพัฒนา 25 ลุ่มน้ำ ต้องเน้นการพัฒนาที่มาจากชุมชน การมีส่วนร่วมของชุมชน จึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา การวางแผนการพัฒนาลุ่มน้ำ จึงต้องมีมิติแบบองค์รวมไม่มองน้ำแยกส่วนจากทรัพยากรในลุ่มน้ำ ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ชุมชน วัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ”
เขาเสนอว่า การจัดทำแผนบริหารลุ่มน้ำ จึงควรขับเคลื่อนไปพร้อมกับการจัดทำแผนอื่นๆ ด้วย อาทิ การจัดการที่ดินการเกษตรบนที่สูง การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดโฉนดชุมชน การจัดการน้ำชุมชน การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การอนุรักษ์ป่าชุมชน การส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมประเพณีในการอนุรักษ์ป่าของพี่น้องชนเผ่า ฯลฯ ล้วนเป็นมิติที่ต้องคำนึงถึงเป็นสำคัญ
ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำภาคเหนือ กล่าวอีกว่า เครือข่ายลุ่มน้ำยมได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ลุ่มน้ำยม อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น โดยย่อ 9 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 2.การผลักดันแนวคิดการจัดการน้ำชุมชนให้เป็นแผนแม่บท 3.แผนการกักเก็บน้ำตามลำน้ำสาขา 4.แผนการกักเก็บน้ำหนึ่งตำบลหนึ่งแหล่งกักเก็บน้ำ 5.การขุดลอกตะกอนแม่น้ำ
6.การฟื้นฟูที่ราบลุ่มแม่น้ำยม โดยขุดลอกคูคลองเชื่อมระหว่างแม่น้ำกับหนองบึง 7.การจัดการทางด้านความต้องการใช้น้ำของลุ่มน้ำยม ในการอุปโภคบริโภคของคนในลุ่มแม่น้ำยมถึง 7.6 ล้านคน 8.การพัฒนาระบบประปา และ 9.การสนับสนุนให้เกิดการฝายต้นน้ำ ฝายทดน้ำ ฝายกักเก็บน้ำบ่อหรือสระน้ำในไร่นา รวมทั้งระบบเหมืองฝายที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่น จะสร้างประโยชน์ให้กับชาวบ้านและชุมชนอย่างเป็นจริง มากกว่าการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่อย่างเขื่อนแก่งเสือเต้น







