
"ปู"ปัดเคลียร์ถอนหมายจับทักษิณ
ยิ่งลักษณ์เข้าทำงานทำเนียบฯยันไม่เกี่ยวเรื่องถอนหมายจับ "ทักษิณ"เชื่อ"สุรพงษ์"ทำงานต่างประเทศได้ดี
ยิ่งลักษณ์เข้าทำงานทำเนียบฯยันไม่เกี่ยวเรื่องถอนหมายจับ "ทักษิณ"เชื่อ"สุรพงษ์"ทำงานต่างประเทศได้ดี
เมื่อเวลา 09.19 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบ อาทิ พระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า และศาลพระภูมิ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประตูทางออกด้านประตูทางออกของทำเนียบรัฐบาล โดยมีข้าราชการระดับสูงประจำทำเนียบรัฐบาล ได้เข้าร่วมพิธีสักการะในครั้งนี้ด้วย
จากนั้นเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ประชาชนให้ความไว้วางใจให้บริหารประเทศ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าตำรวจสากลได้ถอนหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ตนได้ทราบข้อมูลแล้ว และยืนยันว่าไม่ได้สั่งการอะไรหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ตนเป็นนายกฯแล้ว ทำให้การดำเนินการทุกอย่างง่ายขึ้น และไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล เพราะทุกคนทำตามหน้าที่ของตนเอง ที่ต้องพิจารณาให้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักนิติธรรม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนการพื้นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยเฉพาะกัมพูชา ต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีข้อพิพาทระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา จะใช้วิธีเจรจาทางการทูต โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และยืนยันว่าจะไม่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณในการไกล่เกลี่ย พร้อมทั้งจะฟื้นฟูการค้าชายระหว่างแดนไทย-กัมพูชา
นอกจากนี้ ยอมรับว่านายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดี และดีใจที่เห็นไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ที่ต้องร่วมมือกันเพื่อให้ไทยเป็นที่หนึ่งในภูมิภาค
นายกฯ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่านายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.กระทรวงการต่างประเทศ จะทำงานได้ดี เพราะถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ อีกทั้ง ยังมีความเชียวชาญในเรื่องธุรกิจระหว่างประเทศ ดังนั้น ต้องให้เวลาในการทำงานก่อน ทั้งนี้ในการประชมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 ส.ค. จะนำร่างนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภามาหารือร่วมกัน ซึ่งหากไม่มีปัญหาจะนำส่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดวันประชุมที่จะแถลงนโยบายต่อไป
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมรายละ 10 ล้านบาท เป็นเพียงการหารือเชิงนโยบาย ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดและความเหมาะสมอีกครั้ง นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือระยะเร่งด่วน ที่ต้องเร่งบรรเทาความเดือดร้อน และเยียวยาความเสียหาย ส่วนระยะยาว จะต้องมีการหารือและวางแผนร่วมกับระบบชลประทานทั้งหมด เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด







