
ขีดเส้น22รีสอร์ตหรูตร.ขู่อีก2สัปดาห์จับ
ตำรวจให้เวลาเจ้าของรีสอร์ตบุกรุกป่าวังน้ำเขียว 2 สัปดาห์นำเอกสารมาชี้แจง
ตำรวจให้เวลาเจ้าของรีสอร์ตบุกรุกป่าวังน้ำเขียว 2 สัปดาห์นำเอกสารมาชี้แจง
พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ออกหมายเรียกให้เจ้าของรีสอร์ตและบ้านพัก 22 แห่งที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว นำเอกสารหลักฐานเข้ามาชี้แจงภายใน 2 สัปดาห์ ว่าเข้าไปครอบครองพื้นที่โดยใช้สิทธิใด หากไม่มาภายในกำหนดจะออกหมายจับต่อไป
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครนำหลักฐานเข้าชี้แจง ตำรวจมีรายชื่อเจ้าของรีสอร์ตและบ้านพักทั้ง 22 รายหมดแล้ว เนื่องจากมีการตรวจสอบรายชื่อเจ้าของจากบิลค่าไฟฟ้าและบิลค่าน้ำประปา ทำให้สามารถรู้ชื่อเจ้าของผู้ครอบครองทั้งหมด
“เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ตรวจสอบรีสอร์ตทั้ง 22 แห่งเสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด เบื้องต้นพบว่าทั้ง 22 แห่งบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเนื้อที่รวมแล้วกว่า 700 ไร่ แต่ยังไม่มีรายใดนำหลักฐานเอกสารสิทธิมาแสดง ส่วนใหญ่มีเพียงใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5)” พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กล่าว
ทั้งนี้ ได้แจ้งให้ผู้ดูแลสถานที่ทั้งหมดนำเอกสารสิทธิในการครอบครองที่ดินมาแสดงภายใน 15 วัน หากไม่นำมาแสดงกรมป่าไม้ก็จะมีคำสั่งให้เจ้าของรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 45 วัน หากครบกำหนดยังไม่ปฏิบัติตาม กรมป่าไม้มีสิทธิเข้าทำการรื้อถอนเองโดยเจ้าของจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ขณะเดียวกันวันที่ 13 ส.ค. บรรดาผู้ประกอบการสถานที่พัก สวนเกษตร และรีสอร์ตรายใหม่ 17 แห่ง ที่มีปัญหาได้นัดประชุมหารือกันอย่างเคร่งเครียด เพื่อเตรียมแนวทางรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
นายประเสริฐ เกียรติทรงพานิช ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ผู้ประกอบการรีสอร์ต กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเสียหายครบวงจร ประเมินความเสียหายต่อวันหลายล้านบาท สินค้าเกษตรกรรม พืช ผัก ไม้ผลปลอดสารพิษ ต้องหยุดกระบวนการผลิตอย่างไม่มีกำหนด ชาวบ้านขาดรายได้ที่จะมาจุนเจือครอบครัว ห่วงว่าจะไม่มีนักท่องเที่ยวมาพักเลยและเกิดความหวาดกลัว
ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายฯ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่ผู้มีอำนาจป้ายสี ทำให้สังคมเข้าใจว่าชาว อ.วังน้ำเขียว เป็นตัวการทำลายผืนป่า แย่งที่อยู่ของสัตว์ โดยจะใช้สิทธิทางกฎหมายยื่นฟ้องผู้ให้ข่าวต่อไป







