posttoday
รัฐบาลปุเครื่องร้อนเร่งคืนพาสปอร์ทพี่ชาย

รัฐบาลปุเครื่องร้อนเร่งคืนพาสปอร์ทพี่ชาย

14 สิงหาคม 2554

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฮไลต์อยู่ที่การเริ่มงานในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฮไลต์อยู่ที่การเริ่มงานในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

หลังจากที่ประชุมสภาเห็นชอบเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนน 296 ไม่เห็นชอบ 3 งดออกเสียง 197 โดยพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้าน ไม่เสนอชื่อผู้ใดขึ้นมาชิง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำพิธีรับสนองพระบรมราชโองการต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจของกลุ่มคนเสื้อแดง จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงให้คำมั่นยืนยันว่าจะสร้างความสุข สลายทุกข์ และจะไม่ทำเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะทำเพื่อประเทศชาติ

“ดิฉันตระหนักดีว่าการเป็นนายกรัฐมนตรีผู้หญิงในสถานการณ์ขณะนี้เป็นความท้าทาย ขอขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่ให้โอกาส ดิฉันจะมุ่งมั่นสร้างสุข สลายทุกข์ อย่างสุดกำลังความสามารถ ดิฉันจะไม่ทำเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะทำเพื่อประเทศชาติและคนไทยทุกคน”

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสต่อคณะผู้เข้าเฝ้าฯ ให้มุ่งมั่นทำงานเพื่อทำให้ประเทศชาติสงบสุข

“ขอแสดงความยินดีต่อคณะรัฐมนตรีที่ได้ตั้งขึ้นมาใหม่ และที่มากล่าวคำปฏิญาณว่าจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และความเจริญมั่นคงของประเทศชาตินี้ ขอให้ทำงานตามที่ได้กล่าวปฏิญาณ และสามารถปฏิบัติตามความตั้งใจ ในปัจจุบันนี้ ในโลกนี้มีความวุ่นวายอย่างยิ่ง เมืองไทยยังมีความวุ่นวายน้อย การรักษาความสงบสุข รักษาความสำเร็จที่ได้กระทำมาแต่ปางก่อน ก็เชื่อว่ารัฐบาลจะมีความสำเร็จได้ จะมีความพอใจ”

 

รัฐบาลปุเครื่องร้อนเร่งคืนพาสปอร์ทพี่ชาย

อย่างไรก็ตาม การประชุม ครม.นัดแรกที่ทำเนียบรัฐบาล ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ก่อนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีภารกิจนำ ครม.พร้อมคู่สมรสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค.

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์เน้นย้ำถึงการแก้ปัญหายาเสพติดที่บ่อนทำลายชาติมายาวนาน และการแก้ปัญหาผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้

“เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ข้าพเจ้าอยากขอความร่วมมืออย่างจริงจังจากรัฐบาลและคนไทยทั้งชาติ นั่นคือการแก้ปัญหายาเสพติด นับวันมีแต่จะรุนแรงขึ้น มีผู้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติด และยังมีผู้ลักลอบผลิตอีกด้วย โดยเฉพาะชนิดที่แพร่ได้เร็วยิ่งกว่าเชื้อโรคคือ ยาบ้า เพราะสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้าหาได้ง่าย ผลก็คือคนไทยตกเป็นทาสยาบ้าแล้วล้านๆ คน”

“ข้าพเจ้าอยากจะขอปรึกษาเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางภาคใต้ ที่มีผู้ก่อความไม่สงบลอบทำร้ายพระสงฆ์ขณะออกบิณฑบาตตามท้องถนน เป็นเหตุให้พระสงฆ์มรณภาพไปหลายรูป บางรูปทุพพลภาพ ต้องลาสิกขาบทจากสมณเพศ เมื่อมีเหตุการณ์ทำร้ายพระสงฆ์เกิดขึ้น ทำให้ข้าพเจ้าตกใจและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง”

เมื่อเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ยังคงมีเสียงวิจารณ์หน้าตาของ ครม.ไม่ขาดสาย หลายฝ่ายลงความเห็นว่า ครม.ยิ่งลักษณ์ ไม่สมราคาคุยอย่างที่พูด ผิดฝาผิดตัว โดยเฉพาะการตั้ง ครม.ต่างตอบแทนกับกลุ่มทุนและโควตามุ้ง ท่ามกลางการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับพี่น้องครอบครัวชินวัตรและนายหญิงแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นห่วงการทำหน้าที่ของ ครม.ชุดใหม่ เพราะผู้มีส่วนในการกำหนดนโยบายไม่มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งอาจทำให้การกำหนดนโยบายไม่เป็นไปตามที่ให้สัญญาไว้ ขณะที่รัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจที่เป็นคนนอก ส่วนใหญ่อยู่ในวงการตลาดเงินตลาดทุน แต่ต้องมาบริหารเศรษฐกิจในภาพรวม

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง จากพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า การแต่งตั้งนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เป็น รมว.คลัง และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ อาจเป็นการตอบแทน เนื่องจากรัฐมนตรีทั้งสองในอดีตที่เคยเป็นผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ มีความพยายามจะปฏิเสธข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปของครอบครัวชินวัตร

ที่เป็นประเด็นให้วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน คือ การแต่งตั้งนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล มารับตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ด้านต่างประเทศมาก่อน แต่ถูกมองว่าเป็นเพราะใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยอมรับว่าการตั้ง ครม.ครั้งนี้เต็มไปด้วยข้อจำกัด จึงขอเวลาพิสูจน์ผลงาน 6 เดือน

อีกด้านการที่แกนนำ นปช.ที่หลุดเก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้คนเสื้อแดงแตกความเห็นเป็น 2 กลุ่ม ด้านหนึ่งไม่พอใจ เพราะเห็นว่าคนเสื้อแดงสู้ด้วยความเหนื่อยยาก จึงควรมีตำแหน่งตอบแทน โดยนายสมชาย ไพบูลย์ แกนนำ นปช. ระบุว่า คนเสื้อแดงรู้สึกน้อยใจที่พรรคเพื่อไทยไม่เห็นความสำคัญ ซึ่งหากในอนาคต พ.ต.ท.ทักษิณ ทอดทิ้งคนเสื้อแดง เราก็พร้อมที่จะยืนอยู่ฝ่ายตรงข้าม และยอมรับว่ามีบางส่วนคิดจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่ขอให้ถึงเวลาก่อน และไม่อยากเป็นอย่างพันธมิตรฯ ที่ทะเลาะกับพรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่แกนนำ นปช.อีกปีก นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ แถลงว่า คนเสื้อแดงรับได้ที่ไม่มีเก้าอี้รัฐมนตรี และขอสนับสนุนรัฐบาลทำงานต่อไป โดยให้เวลาเดินหน้านโยบายให้ได้ภายใน 2 เดือน และขออย่าเคลื่อนไหวใดๆ เพราะจะทำให้สังคมเกิดความไม่สบายใจ

นอกจากเสียงวิจารณ์ถึงโฉมหน้า ครม.ใหม่ที่ค่อนข้างยี้ ยังมีประเด็นสายล่อฟ้าร้อนแรงขึ้นมา เมื่อนายสุรพงษ์ รมว.ต่างประเทศคนใหม่ ออกมายอมรับกระแสข่าวว่า เตรียมคืนพาสปอร์ตแดงให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ทั้งหมดอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการ โดยให้หลักว่าต้องยึดความถูกต้องเป็นที่ตั้ง

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า นายสุรพงษ์ได้ทำหนังสือถึงทางการญี่ปุ่นให้ออกใบอนุญาตเข้าเมืองเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีแผนเดินทางเยือนญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ พร้อมระบุว่า นายสุรพงษ์ได้ร้องขอเรื่องนี้ต่อนายเซอิจิ โคจิมา เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพียง 1 วันหลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ารับตำแหน่ง

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีแผนการที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 2228 ส.ค.นี้ เพื่อบรรยายพิเศษและดูผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ซึ่งนายสุรพงษ์ยอมรับว่าได้พูดคุยกับทูตญี่ปุ่นจริง โดยขอให้อำนวยความสะดวกกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการเดินทาง และขึ้นอยู่กับดุลพินิจของญี่ปุ่นว่าจะอนุญาตให้เข้าประเทศหรือไม่

อีกมุมหนึ่งที่เป็นปมร้อนขึ้นมา หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับเลือกเป็นนายกฯ คือ การคืนภาษีบางส่วนของนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกอายัดหลังจากที่กรมสรรพากรตัดสินใจไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลภาษีกลางที่ให้คืนเงินภาษีหุ้นจากนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา คนละ 5,675 ล้านบาท รวม 1.2 หมื่นล้านบาท โดยนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่ากรมสรรพากรจะไม่เก็บภาษีการขายหุ้นจาก พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท เพราะอดีตนายกฯ ไม่มีภาระต้องเสียภาษีดังกล่าว ทำให้นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ท้วงติงว่า กรมสรรพากรอาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากตามวิธีปฏิบัติปกติแล้วจะต้องมีการดำเนินการอุทธรณ์สู้จนถึงที่สิ้นสุด โดย สตง.จะติดตามตรวจสอบการทำงานของข้าราชการกรมสรรพากรอย่างใกล้ชิด 
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท