posttoday
ครม.ศก.ลุยลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

ครม.ศก.ลุยลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

12 สิงหาคม 2554

ครม.เศรษฐกิจ ถก สศช.พิจารณานโยบายรัฐ ลุยงานแรก ลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ทำราคาน้ำมันลดลงทันที เตรียมหารือพรรคร่วมฯอย่างช้า 15 ส.ค.

ครม.เศรษฐกิจ ถก สศช.พิจารณานโยบายรัฐ ลุยงานแรก ลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ทำราคาน้ำมันลดลงทันที เตรียมหารือพรรคร่วมฯอย่างช้า 15 ส.ค.

ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ร่วมกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วยนาย ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เพื่อนำร่างนโยบายของรัฐบาลเข้าหารือกับ สศช. ก่อนที่จะแถลงต่อรัฐสภา

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรับมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันจัดทำร่างนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยนำนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลมาจัดลำดับความสำคัญว่าจะดำเนินการในนโยบายใดก่อนหลัง ซึ่งจะแบ่งเป็นนโยบายที่ต้องดำเนินการทันที หรือ นโยบายที่ทำแล้วเห็นผลทันที ได้แก่ 1. การชะลอการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ราคาขาบปลีกน้ำมันปรับลดราคาทันที

2. นโยบายการจำนำข้าวจำเป็นต้องทำให้ทันกับฤดูเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพ.ย. โดยขณะนี้ก็ต้องเริ่มกระบวนการอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปก่อน ทั้งขั้นตอนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นต้น เพื่อให้พร้อมรองรับการจำนำได้ทันที

3. นโยบายการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท และการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับแก้กฎหมาย จึงอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่ในเบื้องต้นจะต้องเร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการทั้งกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนอื่นๆ เพื่อให้เข้าใจการทำงานของรัฐบาล ว่าจะทำควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงาน และลดภาระต้นทุนในด้านอื่นๆ ของผู้ประกอบการไปพร้อมกันด้วย

"เมื่อแถลงนโยบายต่อสภาแล้ว จะเริ่มทำงานทันที โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประสานงานในภาพรวม โดยร่างนโยบายดังกล่าวจะส่งให้นายกรัฐมนตรี รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลพิจารณา ก่อนที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยเชื่อว่านโยบายของพรรคที่ใช้ในการหาเสียงเป็นนโยบายที่ดี นำมาทำได้อยู่แล้ว แต่ต้องจัดลำดับก่อนหลังให้ดี" นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ไทยจะพึ่งพาการส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องเร่งกระตุ้นตลาดในประเทศมารองรับด้วย ซึ่งก็มีหลายแนวทางที่รัฐบาลจะต้องรีบทำ

ด้านนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากปัญหาหนี้สาธารณะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ส่งผลให้ตลาดเงินตลาดทุนหลายประเทศผันผวน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นก็ลดอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจลง โดยเชื่อว่าปัญหานี้จะยังไม่คลี่คลายในเร็วนี้

สำหรับประเทศไทยได้เตรียมมาตรการรองรับ โดยเน้นการกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศและการค้าขายระหว่างประเทศในภูมิภาคมากขึ้น ทั้งนี้ คงจะต้องหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อรับทราบถึงการดำเนินนโยบายการเงินในภาวะที่เศรษฐกิจโลกอ่อนแอ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของน้ำมัมเบนซิน 95 เบนซิน 91 และดีเซล ในระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ซึ่งเป็นนโยบายที่จะทำทันที หลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เนื่องจากเป็นนโยบายที่ช่วยลดวามเดือดร้อนของประชาชนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพราะการลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในตลาดลดลงทันที

ทั้งนี้ ในส่วนน้ำมันเบนซิน 95 มีการเก็บเงินเข้ากองทุนอยู่ที่ 7.50 บาทต่อลิตร เบนซิน 91 เก็บที่ 6.70 บาทต่อลิตร และดีเซลเก็บอยู่ที่ 2.80 บาทต่อลิตร จะส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ สูญเสียรายได้ไปประมาณเดือนละ 3,000 ล้านบาท โดยรัฐบาลก็อยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะหารายได้มาชดเชยควบคู่ไปด้วย ซึ่งก็มีหลายแนวทาง เช่น การกู้ การออกพันธบัตร ใช้เงินจากค่าภาคหลวง เป็นต้น

“นโยบายนี้จะเป็นนโยบายระยะสั้นใช้ไม่เกิน 1 ปี จึงเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้พลังงานทดแทน หรือแก๊สโซฮอล์แน่นอน โดยเหตุผลที่เลือกลดการเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ในน้ำมัน 3 ชนิดนี้ เนื่องจากดีเซลเป็นน้ำมันที่คนใช้เยอะ ส่วนเบนซิน 95 และ 91 ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้เยอะเช่นเดียวกัน” นายพิชัย กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า จะนำแผนที่ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหลังจากทำเป็นตัวร่างนโยบายเรียบร้อยแล้ว จะนำส่งไปยังพรรคร่วมรัฐบาล และหารือร่วมกันอีกครั้ง อย่างช้าวันที่ 15 ส.ค.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท